When you set your aim too high and don't fulfill it, then your enthusiasm turns to bitterness. Try for a goal that's reasonable, and then gradually raise it.
Emil Zatopek
Czech runner

จงวิ่งอย่างเป็นธรรมชาติ - เว็บบอร์ดฟอร์รันเนอร์

F009868
จงวิ่งอย่างเป็นธรรมชาติ
จงวิ่งให้เป็นธรรมชาติ


โดย   กฤตย์  ทองคง

“การวิ่ง”....เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของวิถีชีวิตมนุษย์   
ดังนั้นการลงมือวิ่งจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก  ความที่มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว


คนเรามี”การวิ่ง”เป็นกิจกรรมจำเป็นตั้งแต่สมัยอยู่ถ้ำ และล่าสัตว์  
ตลอดจนยุคสมัยที่เราหลีกหนีภัยอันตราย เมื่อหลายพันปีก่อน


“การวิ่ง”....เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   
ไม่อยากวิ่งก็ต้องวิ่ง  ถ้าไม่อยากอดตาย


เราวิ่งต่อเนื่องมาเป็นพันๆปีนี้  มันเท่ากับเพาะสร้างวิถีวิ่งให้ร้อยรัดไปกับ
ชีวิตทั้งหมดจนแยกไม่ออก  จนกระทั่ง  ทุกวันนี้เราไม่มีความจำเป็น
ต้องวิ่งอีกแล้ว  ซึ่งนั่นคือเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี่เอง  
ถ้าจะดูสัดส่วนระยะเวลาที่เป็นกิจวัตรที่ไม่จำเป็นต้องวิ่งแล้ว
ในระยะหลังมานี้  ถือว่าสั้นมากในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ


กำลังจะบอกว่า  “การวิ่ง”  จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นต่อการคงอยู่
ของคุณภาพชีวิตที่ดีเสมอ  ไม่ว่ายุคถ้ำดึกดำบรรพ์หรือยุคสามจีก็ตาม


สิ่งที่เราควรทำก็เพียงแต่รื้อฟื้นสัญชาติญาณการวิ่งในเลือดเนื้อลึกๆให้กลับมาคุโชนขึ้นอีกครั้ง   
สำหรับรายที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย   การวิ่งในสัปดาห์แรกๆ  
อาจเป็นของแปลกแยก  แต่เพียงเดือนหนึ่งให้หลัง  เราย่อมเข้ากับกิจวัตรใหม่เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี  
นี่เป็นเพราะ  เรารื้อฟื้นความหลังเก่าก่อนได้สำเร็จนั่นเอง


แม้จะปราศจากองค์ความรู้ในการออกกำลังกายใดๆ  ทุกคนก็สามารถเข้าถึง
การปฏิบัติกิจกรรมวิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมได้ไม่ยากนัก  เพียงแต่รู้จักใช้สามัญสำนึกธรรมดาๆ   เช่น


ล้ามาก  ก็วิ่งน้อยลงเหนื่อยนักก็พักหยุด   ไม่สบายก็ไม่ต้องวิ่ง  
วิ่งด้วยความเร็วที่เป็นตัวของเรา  ไม่ใช่วิ่งด้วยความเร็วของผู้อื่น   
วิ่งมากก็หิว   หิวก็กิน    ตั้งแต่มาวิ่ง  อยู่ดึกไม่ได้  ง่วงแต่หัวค่ำ  
ก็นอนไป อย่าฝืน


เพียงเท่านี้ ก็สามารถ  “เอาตัวรอด” ได้เยอะแล้วในโลกแห่งการออกกำลังกาย


จากประสบการณ์  เราจะพบเห็นคนสมัยใหม่จำนวนมากเอาตัวไม่รอด  
จากความพยายามลดน้ำหนัก  จากความปรารถนาสุขภาพที่ดี  
จากโปรแกรมลดอ้วน  ไปเชื่อคำแนะนำที่แอบแฝงผลประโยชน์ทางการค้า 
  หาซื้ออาหารเสริมราคาแพง  หรือแม้แต่สิ่งที่ไร้สาระอย่างกางเกงยืด
ที่จำเพาะยี่ห้อ ใส่เพื่อเป้าหมายพิเศษ  โดยปราศจากองค์ความรู้ยืนยัน 
หรือสารพัดภัยจากความสิ้นเปลือง   ทั้งๆที่มันหาได้สอดคล้องกับสามัญสำนึกใดๆไม่


ในเมื่อเป้าหมายคือออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  แล้วทำไมต้องโหมฝึกวิ่งกัน
เพื่อให้ได้รับรางวัลอันดับอย่างเอาจริงเอาจังจนเกินไป  
จนไม่สามารถวิ่งได้ตลอดอายุขัย  มีอันเป็นไปต่างๆ


แต่ถ้าสมัครใจจะเอาตรงนั้น  จะเลือกเดินวิถีแห่งแชมป์เพื่อความภาคภูมิแห่งตน  
แต่ก็ยังสมัครใจเลือกหาเอาอุปสรรคการพัฒนาวิ่งมาสุมหัวตนเอง   
กว่า 90% ของนักวิ่ง  ที่ยังยินดีดื่มกินเครื่องดื่มที่เข้าแอลกอฮอล์
อย่างหนึ่งอย่างใดอยู่อย่าน่าชื่น   ไม่ชอบวอร์ม ปฏิเสธการยืดเส้น  
และไม่ยอมคูลดาวน์   น้ำไม่ยอมดื่ม  จนกว่าจะฝึกเสร็จ หรือรับน้ำน้อยมาก


มองการฝึกวิ่งที่ถูกหลักวิชาว่า  “เครียด”  พร้อมๆกันก็เรียกร้องให้ผู้จัดแข่งขัน
แยกนักวิ่งเคนย่าออกไป  ไม่ชอบฝึกหนัก  แต่อยากได้รางวัล  
น่าประหลาดแท้


ที่พรรณนามาทั้งหมด   แม้เจ้าตัวจะวิ่งได้เร็วแต่ในธาตุแท้มันคือ  
“การไม่พัฒนา”  กล่าวคือ  วิ่งแล้วเอาตัวไม่รอด  ร่างกายที่กรอบเกรียบ
ตั้งอยู่บนเรือนใจที่รักความสบาย   ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นเงื่อนไขที่เป็นคุณ
ต่อ  “สุขภาพ” ใดๆ  กระทั่งไม่ควรมีตำแหน่งยืนบนโพเดี้ยมไหนๆเสียด้วยซ้ำ

เพียงสามัญสำนึกธรรมดา  ก็บอกได้ว่า  การวิ่งอย่างเพื่อการแข่งขัน 
ย่อมต้องทำตัวคนละอย่างกับนักวิ่งเพื่อสุขภาพธรรมดา  อีกทั้งการ
จัดร่างกายและการเตรียมจิตใจ  ก็ต้องมีความเข้มข้นกว่ากัน  
อยากวิ่งได้เร็วขึ้น  แต่ไม่พยายามศึกษาองค์ความรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร 
  เจออุปสรรคที่ไกลหน่อยก็ท้อซะแล้ว  ไม่ยอมกระโจนลงเบ้าหลอม  
กลัวร้อน  แล้วมันจะได้ไหมเนี่ยะ


เพียงสามัญสำนึกธรรมดาก็จะรู้ว่า  แข่งใกล้กันจัด  มันจะวิ่งได้ไม่ดี  
แต่ก็ยังทำ  แค่นี้ก็ก้าวไม่ผ่าน  อดเปรี้ยวกินหวานไม่เป็น


ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรซับซ้อน  เพียงแค่ว่า  ระยะทางมากมาย
ที่ยัดเข้ามาในตารางวิ่ง  อย่างไม่ทยอยเข้ามาทีละน้อย  
โหมเข้ามาตามแรงฮิตเป็นอันตรายมากกว่าเป็นคุณ  ก็ยังทำ


ไม่ต้องถึงกับต้องมีโค้ชมาจี้ไชกำกับก็น่าจะรู้ว่า  เจ็บยังไม่หายดี  
อย่าเพิ่งลงวิ่ง  แต่เราก็โลภมาก  ราวกับว่าการขาดวิ่งสักสัปดาห์จะขาดใจตาย


สิ่งเหล่านี้ถูกระบุเป็นอื่นไปไม่ได้  นอกจากการไม่รู้จักใช้สามัญสำนึก
นั่นเอง


การวิ่ง....ยากที่ไหนกัน  เพียงแค่ใช้สามัญสำนึกให้พอเพียง  
ก็เอาตัวรอดได้แล้ว  ก็มีสุขภาพดีได้  และอาจถึงกับเหยียบโพเดี้ยม
ก็เป็นได้  หากใช้ความเพียรที่เพียงพอ


จงปฏิบัติฝึกวิ่ง อย่างสอดคล้องกับความเป็นธรรมชาติ  เท่าที่นึกได้  
มีอยู่อย่างเดียวที่ฝืนเข้าไว้  คือเมื่อแรกวิ่งจงออกตัวให้ช้าๆในตอนต้น  
และทรงตัวในตอนกลาง  และตอนท้ายแรงขึ้นก่อนคูลดาวน์


ที่โดยธรรมดา  นักวิ่งจะกลับกัน  คือออกตัวเร็วเกินไป  กลางแผ่ว  และท้ายเหี่ยว  เป็นกันเสมอๆ


จงฝืนไว้  ทำกลับกัน  นี้เป็นการฝืนความเป็นไปเพียงสิ่งเดียว
ที่จงพยายามฝึกให้เกิดกับเนื้อตัวตน  ทั้งการฝึกฝนและแข่งขัน(ถ้ามี)


ยิ่งถ้าจะวิเคราะห์วิจารณ์กันไปจนถึงที่สุดความเป็นจริงทางหลักวิชา
กลับคลี่คลายบอกเราว่า  การฝืนธรรมชาตินี้  แท้จริงเป็นการวิ่งที่สอดคล้อง
กับธรรมชาติต่างหากด้วยซ้ำ


สิ่งที่นักวิ่งทุกคนควรปฏิบัติคือ   “จงวิ่งให้เป็นอย่างธรรมชาติ”   เป็นคำสรุปรวบยอดที่สำคัญเท่านั้นเอง

10.35  น.         29  พฤศจิกายน  2555
.
1
.
1
ครับลุง  จะวิ่งให้เป็นธรรมชาติ  อิ  อิ 

ไปหละนะ  วันนี้  ตารางคือกลางช้า  ฮิ  ฮิ      

...ตะวันฉาย...

วิ่งไว้ก่อน
(115.67.3.55)
29 พ.ย. 55 15:47
ความเห็นนี้ถูกใจ Miss Key, จอย101
2
อ.กฤตย์ คะ
รบกวนถามหน่อยค่ะว่า หลังจากคุณหมอวินิจฉัยว่า เป็นลูกสะบ้าอักเสบแล้วเพิ่งกลับมาวิ่งใหม่
ตอนนี้ที่ทำอยู่คือ
วิ่งวันละ1200 วิ่งในลู่สังเคราะห์ค่ะ
แล้วก็เดินอีก2800m คือออกกำลังวันละ 3km

สำหรับการเริ่มต้นวิ่ง (แบบจริงจัง ตั้งเป้าหมายไว้ว่าปีหน้าอยากลงมินิฮาฟมารธอนค่ะ)
ระยะทางที่เริ่มฝึก มากหรือน้อยไปยังไงมั๊ยคะ ที่จริงออกกำลังกายด้วยการเดินมาซักสี่เดือนแล้วค่ะ
ก่อนที่จะเริ่มวิ่ง ตั้งใจว่า จะเพิ่มระยะเดิอนละ 1km

เข่าที่เคยอักเสบก็ดีขึ้นแต่ก็มีแปล๊บๆบ้าง แต่ถ้าเดินก่อนวิ่ง ประมาณ1200 mอาการแปล๊บๆจะไม่มี
แต่ถ้าวอร์มน้อยกว่านี้มันจะเจ็บกว่าจนกลัวว่าจะกลับมาอักเสบค่ะ

ตอนนี้วิ่งเกือบทุกวันแต่ถ้าวันไหนเจ็บก็จะแค่เดินค่ะ ไม่ฝืน
อ.กฤตย์ ช่วยแนะนำตารางซ้อมหน่อยได้มั๊ยคะ
ตอนนี้อายุ37ปีคะ 
happy
(27.55.164.235)
29 พ.ย. 55 21:31
ความเห็นนี้ถูกใจ Miss Key, จอย101
3
บอกว่าเป็นลูกสะบ้าอักเสบ  แล้วผมจะกล้าให้แผนฝึกหรือ?
คงต้องประสานกับแพทย์เจ้าของไข้  ว่าเขาคิดว่าอย่างไร
กับการออกกำลังของเรา   เขาเห็นว่าหาดีแล้ว  เริ่มออกกำลังได้
หรือว่าคุณมาเองทั้งๆที่เขาห้าม

โดยสามัญสำนึก  น่าจะไม่มีอะไร  คือ  ถ้าเดินก่อนวิ่ง 1200  อาการแปล็บจะไม่มี
ถ้าเช่นนั้น  ก็จงทำแบบนี้ต่อไป   อาการใดๆที่โดยปกติไม่มีแต่ตอนนี้มีน่าจะไม่ใช่สิ่งปกติ

ผมว่าดีที่สุด   ทำไมเราไม่ไปฝึกต่างแบบ  Cross Training  การฝึกต่างแบบจะช่วยให้เรา
คงความฟิตของปอดกับหัวใจและระบบหมุนเวียนไว้  ขณะที่พักใช้กล้ามเนื้อขาและหัวเข่า
เช่นว่ายน้ำ  แม่ว่าจะใช้เข่าแต่ก็เป็นทิศทางที่สะบัด  ไม่ใช่ลงแรงกระแทก

ที่กล่าวว่า  \"ตอนนี้วิ่งทุกวัน   วันไหนเจ็บจะแค่เดิน  ไม่ฝืน\"
ผมว่าไม่ฝืนจริงๆก็ควรระงับใช้ขาดีที่สุด
เครื่องออกกำลังในโรงยิมที่ใช้แต่ออกแรงแขนอย่างเดียวน่าจะดีกว่าครับ

สำหรับตารางซ้อม..ผมไม่กล้าให้   ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนดีกว่ากระมังครับ
แต่ชื่นชมในแผนฝึกเดินสลับวิ่ง 1200/2800  ของคุณที่แสดงว่ามีคาวมเข้าใจ
ในกระบวนการพักฟื้นพอสมควรครับ
(49.48.163.251)
29 พ.ย. 55 22:45
ความเห็นนี้ถูกใจ Narongsak, Miss Key, จอย101, THEAM
4
หนูอยู่ในกลุ่ม \"ท้ายเหี่ยว\" ค่ะ ลุงกฤตย์ 
(115.87.67.196)
จงรักผู้อื่นเหมือนรักตัวเราเอง
30 พ.ย. 55 07:53
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101, THEAM
5
ขอบคุณค่ะ อ.กฤตย์ 

คุณหมอ บอกว่าให้วิ่งตามที่เคยวิ่งเลยค่ะ
เป็นการทดสอบดูว่า จะเจ็บอีกไหม
แต่ให้พยายาบสร้างกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง

เรื่องอาการแปล๊บๆที่หัวเข่ามันจะเป็นเวลาที่รู้สึกว่า หัวเข่ามันไม่ลงล็อคค่ะ
แต่ถ้ามันเข้าล็อคแล้ว หลังจากเดิน ก็จะไม่เจ็บเลยตลอดการวิ่ง และหลังวิ่ง

แต่หลังจากอักเสบ และหายมาซักระยะ ก็วิ่งได้มากกว่าช่วงก่อนเจ็บค่ะ
แล้วการคิดเพิ่มระยะให้ได้เดือนละหนึ่งกิโล ผสมกับการเดินให้ได้วันละ3กิโลเมตร

จะมากหรือน้อยไปมั๊ยคะ ส่วนการว่ายน้ำตอนนี้ไม่สะดวกค่ะ ถ้าเป็นขี่จักรยานในฟิตเนสแทนได้มั๊ยคะ

ถึงจะวิ่งมาไม่นาน เริ่มแล้วล้ม เริ่มแล้วล้ม มาร่วมหกเดือนแล้ว จากการบาดเจ็บบ้างไม่มีเวลาบ้าง
แต่ในช่วงหลังๆนี้ รู้สึกมีความสุข กับการวิ่ง มีความสุขยามสายลมกระทบตัว และสบายตากับหญ้าเขียวๆ
จนไม่อยากหยุดวิ่งแล้วค่ะ
happy
(27.55.172.130)
30 พ.ย. 55 21:50
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101
6
ถ้าแพทย์เจ้าของไข้ไฟเขียว  ก็วิ่งต่อครับ   อย่างสังเกตอาการ  
พร้อมจะหยุดหรือเบาทันที   ที่รู้สึกว่าผิดปกติ หรือกลับเจ็บขึ้นมา

เพื่อป้องกันเจ็บเข่าแปล็บๆนั้น   ควรวอร์ม ให้พอเพียงด้วยการไปอย่างช้าๆก่อน อย่างเริ่มเร็วเลย
ผมแอบรู้สึกว่าเพิ่มมากกว่านั้นก็ได้แล้ว 1/3 น้อยไปป่าว   ลองเพิ่มดู  แล้วสังเกตอาการ

จักรยานก็ใช้เข่า  ผมถึงยังไม่เอ่ยแนะนำไป   แต่ว่ายน้ำก็ไม่สะดวก
เอางี้..........ลองไปจักรยานดู  ในเทอมเวลาเท่ากับการวิ่ง ช้า เร็ว   

วิ่งแล้วมีความสุขได้....เรียกว่าเข้าถึงโลกแห่งการวิ่งที่แท้จริง
แม้แชมเปี้ยนบางคนยังไม่สามารถเลย
ยินดีด้วยครับ
(171.6.18.67)
1 ธ.ค. 55 00:26
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101, kunjija
7
ขอบคุณค่ะ อ.กฤตย์

จะลองทำดูนะคะ ผลเป็นอย่างไรจะมารายงานค่ะ
บทความเกี่ยวกับการวิ่งของอาจารย์ เป็นส่วนหนึ่ง
ที่ทำให้ ลองวิ่ง ฝึกวิ่ง และได้พบกับความสุขอีกอย่างในชีวิตค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ
happy
(27.55.152.148)
1 ธ.ค. 55 09:28
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101
8
รับทราบด้วยความยินดีครับ
(223.206.247.205)
1 ธ.ค. 55 13:02
9
อ.กฤตย์ 

เวลาปกติที่วิ่ง ต่อ รอบสนามกีฬา คือจ๊อกกิ้ง ช้าๆ รอบนึงประมาณ 3.30 นาที
ถ้ารักษาอัตรานี้วิ่งสี่รอบสนามได้โดยไม่มีอาการเจ็บ

แต่พอวันที่วิ่ง รอบสุดท้ายแล้วเร่งความเร็วขึ้นมา พอเช้าวันรุ่งขึ้นเจ็บด้านบนหัวเข่าซ้าย
ด้านใน ก็เลยพักไปโดยไม่กินยา พอหายเจ็บก็เริ่มเดินและวิ่งใหม่ 

แต่พอวิ่งช่วงระยะ หกร้อยเมตรน่องด้านซ้ายตึงมาก กลัวจะเป็นตะคริวก็เลยหยุดค่ะ
แล้วก็เข้าไปถามโค้ชวิ่งที่สอนเด็กนักวิ่งในสนาม เค้าบอกว่า พื้นรองเท้าที่ใส่มันบาง
ไม่เหมาะกับน้ำหนักตัว( เกินมาตรฐาน อยู่4กิโล) แล้วก็ให้ผ่อนคลายเท้ายด้วยการ
เดินบนหญ้า วิ่งบนหญ้า  ลองทำตามแล้ว รู้สึกดีค่ะ และพยายามวิ่งโดยลงทั้ง
ฝ่าเท้ามากกว่า ลงที่ส้นเท้า กลัวว่าแรงกระแทกที่ส้นจะทำให้เจ็บเข่า เป็นการปฏิบัติ
ที่ถูกมั๊ยคะ ในการฝึกวิ่งบนหญ้า

ตอนนี้ก็เลยกำลังมองหารองเท้าคู่ใหม่ รองเท้าที่ใส่ตอนนี้เป็นรองเท้ามือสองค่ะ
ช่วงหลังๆมาเริ่มรู้สึกเจ็บที่จมูกเท้าซ้ายด้วย ก็เลยคิดว่า น่าจะเป็นที่รองเท้าจริงๆ

แต่ว่าตอนนี้อยู่บ้านนอกค่ะ ยังไม่มีโอกาสเมืองใหญ่ เลยไม่มีรองเท้าวิ่งให้เลือกมากนัก
มีแต่ของเพาเวอร์ ไปลองมาแล้วรู้สึกว่าพื้นมันแข็งกว่าnew balance ที่เคยใส่มาก
ก็เลยไม่กล้าซื้อค่ะ ว่าจะไปดูของpan ถ้าเป็นของpanไม่ทราบว่ามันจะซับพอร์ตเข่า
เราได้ดีเหมือนกับ ยี่ห้อดังงๆมั๊ยคะ พอดีไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยอ.กฤตย์แนะนำหน่อยค่ะ


ขอถามอีกข้อนะคะ การที่เอนหลังเข่ามันตึงมาก ถ้าใช้การทำโยคะ ยืดเส้น
มันจะยืดหยุ่นดีขึ้นมั๊ยคะ แล้วทำไมมันถึงตึง ตอนเรียนยืดหยุ่นสมัยมัธยม
ไม่สามารถทำสะพานโค้งเหมือนเพื่อนๆได้เลยค่ะ เป็นคนหลังแข็งมาก
หรือว่านี่คือธรรมชาติของร่างกายเราที่เราต้องยอมรับว่ามันเป็นข้อจำกัดคะ

ยาวหน่อยนะคะ อาจารย์
happy
(27.55.129.123)
9 ธ.ค. 55 13:00
ความเห็นนี้ถูกใจ THEAM
10
ก่อนอื่นเลย  ขอออกตัวก่อนว่า   เฉลยออกไปเกรงจะผิด  ไม่ตรงกับของคุณ
เพราะ  ยังมีความเป็นไปได้อื่นๆที่ทำให้เป็นเช่นนั้น

เป็นไปได้หรือไม้ว่า   คุณกลับเข้ามาซ้อมกระชั้นชิดเกินไป  เข่ายังพักฟื้นไม่ทันหายดี
การซ้อมเท่ากับเป็นการซ้ำเติม   ผมไม่แน่ใจ

ถ้าเป็นเช่นนี้  หรือที่ผมกล่าวถูกต้อง     รองเท้าก็อาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรง

ลองเช็คดูดังต่อไปนี้  ว่าหายดีหรือไม่

ยืนเปลือยเท้าบนพื้นบ้านเรียบแข็ง เช่นไม้ปาเก้  ใกล้ผนัง  โดยยืนขาข้างเดียว
ใช้ขาข้างที่เข่าเจ็บยืน  โดยงอเข่าอีกข้างที่ไม่เจ็บขึ้น

อย่างช้าๆ   ค่อยๆเขย่งด้วยปลายเท้าขึ้นอย่างช้าๆ  จนสุด  ค้างไว้ ประมาณสาม วินาที
แล้วค่อยๆเอาลง   ถามว่าเจ็บเข่าหรือไม่  ถ้าเจ็บ    จงหยุดต่อ  อย่าซ้อมใดๆ

ถ้าไม่เจ็บ  ให้ทดสอบต่อด้วยการกระโดดด้วยขาขานั้นขาเดียว  โดยใช้แขนจับผนังเพื่อ
การทรงตัว   การกระโดดเช่นนั้น  จะใช้เข่ากระแทกรับน้ำหนักตัวจำนวนมาก
ถ้าเจ็บ  แสดงว่าที่ผ่านมายังไม่หายดี  หยุดพักวิ่งต่อ

จงอย่าทดสอบบ่อย   ทดสอบพอรู้  ถ้าเจ็บแล้วหยุดต่อ  ไม่ควรทดสอบภายใน สองสัปดาห์
ข้างหน้าอีก   การทำเช่นนี้ทดแทนการไปซ้อมจริง  ที่คุณจะชอกช้ำมากกว่านี้

ต่อเมื่อคุณทดสอบด้วยการกระโดดขาข้างเดียวที่เจ็บนั้นได้อย่างไม่รู้สึกเจ็บใดๆแล้วเท่านั้น
คุณถึงควรจะไปจ็อกในสนามเพื่อทดสอบจริงอย่างสังเกตอาการต่อไป

ที่ผ่านมานักวิ่งไปวิ่งเลย  โดยคะเนว่าตนเองน่าจะหายดีแล้ว  แต่ยัง
การเช่นนี้เท่ากับเป็นการซ้ำเติมร่างกาย

แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธประเด็นรองเท้าปราศจากคุณภาพเสียทีเดียว
ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเช่นนั้น ต้องลองดูต่อไปครับ
(115.67.3.142)
9 ธ.ค. 55 19:10
11
อ กฤตย์คะ ทดสอบแล้วค่ะ
ไม่รู้สึกเจ็บแล้วนะคะ ดีใจค่ะ 
จะได้ฝึกต่อได้

อ กฤตย์ช่วยแนะนำด้วยค่ะ 
ขอบคุณค่ะ
happy
(27.55.153.203)
10 ธ.ค. 55 09:15
12
ยินดีด้วยครับ
ไปช้าๆก่อนนะ ใจเย็นๆ
(223.206.6.238)
10 ธ.ค. 55 22:46
13
 ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆค่ะ
(49.48.132.148)
ทำวันนีให้ดีที่สุด
13 ธ.ค. 55 11:38
ความเห็นนี้ถูกใจ # สักทอง #
14
ได้ความรู้มาก ขอขอบคุณมากครับ 
เพราะมีอาการเจ็บเข่าอยู่บ้างเช่นกัน
เจษฎา ศรีประภา
(203.172.201.223)
14 ธ.ค. 55 09:47
15
ขอบคุณครับ.อ.กฤตย์
ในเรื่องของการวิ่งผมไม่เป็นน้องใหม่เพราะวิ่งมานานแล้ว
แต่ขาดองศ์ความรู้ทั้งหลายทั้งปวงในเรื่องของการวิ่ง  หลังจากได้ศึกษา
และอ่านข้อเขียนของอาจารย์กฤตย์และอาจารย์อีกหลายท่านจากในเว็ป
หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านกล่าวไว้  ได้ถูกทดสอบแล้วเมื่อเร็วๆมานี้เองครับ
ในกรุงเทพมาราธอนครั้งที่ 25 เป็นน้องใหม่ในการลงสนาม ฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรกอายุ 47 ปี 
จึงเชื่อและปฏิบัติตามคำพร่ำสอนของปรมาจารย์ อย่างเคร่งครัดผลออกมาจึงดีเกินคาด
..เพราะวิ่งให้เป็นธรรมชาติเหมือนที่อาจารย์ว่า..ขอบพระคุณอีกครั้งครับ

(182.52.250.21)
วิ่งเพื่อชีวิต สปิริตส่วนบุคคล
15 ธ.ค. 55 15:38
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101
16
ดีใจที่มีคนเห็นคุณค่าสิ่งที่เราเขียนไป
ไม่เปลืองกระดาษเปล่า...แต่ประโยชน์มีจริง

ผมเพียงแต่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด   มิได้อวดโอ้ว่าเป็นกูรู้
ผิดพลาดย่อมมีแน่  ทั้งอดีต  และอนาคต
ไม่ทำอะไรเลยซิจะได้ไม่ผิด  จริงมะ

คนที่รู้กว่าย่อมมี  เหนือฟ้ายังมีเซียน
เหนือความรู้ยังมีประสบการณ์
สาธุชนควรน้อมใจรับฟัง

โปรดทักท้วงมาหากเป็นเช่นนั้น
วงการวิ่งจะก้าวหน้า  หากสมาชิกเอื้อเฟื้อกัน
ถ่ายทอดกัน   อะไรดีก็บอก   อะไรไม่ดีก็บอก  อย่าอุบไว้
ผมจึงเรียกตัวเองว่าเป็น  \"นักวิ่งบอกต่อ\"   
ไม่ได้เป็นปรมาจารย์อย่างที่คุณเรียก
(223.205.162.62)
17 ธ.ค. 55 13:34
ความเห็นนี้ถูกใจ kunjija, จอย101
17
เมื่อท่านเป็นผู้รู้ที่ลงมือปฏิบัติมาก่อนจนเป็นผลสำเร็จ
แล้วยังนำความรู้และประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้น
มาถ่ายทอดเพื่อเป็นวิทยาทานปรากฏแก่สาธารณชนทั่วไป
ถึงท่านอาจารย์จะแทนตัวเองว่าเป็น\"นักวิ่งบอกต่อ\" แต่ คุณูปการที่ผมได้สัมผัส
หรือแม้แต่นักวิ่งทั่วไปอีกหลาย ที่ยังวิ่งกันไปในความมืด คงจะได้รับผลานิสงส์(อานิสงส์)
คำว่าปรมาจารย์ จึงไม่ใช่สิ่งที่เกินไปสำหรับผมและนักวิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากท่านอาจารย์


(182.52.250.21)
วิ่งเพื่อชีวิต สปิริตส่วนบุคคล
20 ธ.ค. 55 15:59 (แก้ไขครั้งล่าสุด 20 ก.ย. 56 08:48 แก้ไขทั้งสิ้น 1 ครั้ง)
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101
18
อ.กฤตย์ คะ
สัปดาห์ที่ผ่านมานี่ เปลี่ยน การวางเท้าใหม่ โดยไม่ลงส้นเท้า
แต่ว่าจะวางเท้าแบบเกือบๆเต็มเท้า ไม่มีอาการเจ็บเข่า ค่ะ
แต่ว่า จะเมื่อยขาหน่อยค่ะ 

เข้าใจถูกมั๊ยคะว่ามันน่าจะดีสำหรับตัวเองมากกว่าการวางส้นเท้า

และที่สำคัญตอนนี้จะฝึกกล้ามเนื้อต้นขา แบบทำเป็นset ในช่วงเช้า
แล้วช่วงเย็นจึงวิ่งอย่างเดียว ไม่ทราบว่าควรทำทั้งเช้าเย็นมั๊ยคะ
ฝึกด้วยท่าบริหาร ยังไม่ได้ถ่วงน้ำหนักใดๆค่ะ กลัวจะเดี้ยงเสียก่อน

ช่วงนี้อากาศเย็นลงอ.กฤตย์ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับความรู้ที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ค่ะ
happy
(27.55.169.8)
21 ธ.ค. 55 16:37
19
อ.กฤตย์
วันนี้ ได้ทดลองวิ่ง 20 นาที วิ่งได้นะคะแต่ว่า ช้าหน่อยค่ะ
แต่วิ่งไปแล้วก็สังเกต ตัวเองไปด้วยว่าวางเท้าแบบไหนเป็นอย่างไรบ้าง

สี่ร้อยเมตรแรกมักจะเหนื่อยและเมื่อยขา แต่พอเลยไปแล้วคุมการหายใจได้
โดยหายใจด้วยกะบังลม ความเหนื่อยจะน้อยลงและอาการเมื่อยขา จะมีเป็นระยะๆ
พอเริ่มเมื่อยก็จะวิ่งช้าลงพอร่างกายปรับก็จะเพิ่มความเร็วขึ้นนิดหน่อย

ในช่วงประมาณ นาทีสุดท้ายสุดท้ายขาไม่เมื่อย ก็ปรับท่าวิ่งทั้งมือและขา
ให้เป็นตามที่ดูจากโค้ชสถาวร วิ่งได้สบายๆไม่หอบเหนื่อย เหมือนช่วงที่ผ่านมา

เป็นเพราะอะไรคะ
happy
(27.55.153.57)
23 ธ.ค. 55 19:28
20
เรียนคุณ  pcalibration

คำนี้เขียนผิดกันบ่อย ที่ถูกต้องเป็น \"อานิสงส์\" ครับ
(171.5.82.245)
23 ธ.ค. 55 21:39
ความเห็นนี้ถูกใจ pcalibration
21
ดีแล้วครับ..........
ให้อ.สถาวรช่วยดูแล   คงไม่ผิดหวัง
ผมอยู่ไกล ขอให้กำลังใจ
(171.5.82.245)
23 ธ.ค. 55 21:42
22
อ.กฤตย์

ที่หนูว่าเรียนรู้จากอาจารย์สถาวรคือ ดูจากคลิปค่ะ
คลิปที่อาจารย์สอนเบื้องต้นค่ะ 
ถ้าอาทิตย์นี้ วิ่งได้โดยไม่เจ็บเลย จะดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับ
เป้าหมายที่ตั้งไว้ค่ะ 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
happy
(27.55.143.3)
24 ธ.ค. 55 20:42
23
ขออนุญาติถาม.ผู้มีประสบการณ์ครับ ปกติผมวิ่งบ่อยแต่ไม่ทุกวันประมาณ8-10 กม.วันที่26ตอนเย็นวิ่ง10 กม.เวลา01.02 วันที่27ตื่นแต่เช้าไม่รู้ทำอะไรเลยออกไปวิ่ง5กม.เวลา31นาที อย่างนี้ถือว่าหักโหมหรือป่าวครับ ผมวิ่งมานานแล้วแต่กำลังมาสนใจเรื่องวิชาการตอนค้นพบเวปนี้ครับ
Giant Cm
(49.49.22.252)
27 ธ.ค. 55 10:16
24
จะถือว่าหักโหมหรือเปล่า..อยู่ที่ความฟิตพื้นฐานที่ผู้ตอบไม่รู้ตัวตนของคุณ
แต่ประมาณการได้ว่า  น่าจะเกินไป  แหม..ไม่ทันกี่ชั่วโมง  กลับไปวิ่งอีกแล้ว
ตื่นมาแต่ดึกไม่มีไรทำ  เลยไปวิ่ง...

ท่าจะให้วิ่งดี  ร่างกายซึมซับแผนฝึก   ไม่มีเหนื่อยฟรี
จำไว้ว่า   ควรให้ร่างกายพักฟื้นมากกว่านี้ครับ

วิ่งหน่ะวิ่งได้   แต่ร่างกายจะได้ประโยชน์จากการนี้ต้องพักฟื้นคืนสดให้เต็มที่เสียก่อน
แต่ถ้า  เจ้าตัวยืนยันว่า  วิ่งได้   ฟื้นแล้ว   ไม่มีอาการไม่พึงประสงค์
และประกอบด้วยความกระตือรือร้นในการฝึกดี

ขอบอกว่า...เมื่อวานที่ฝึกมา..........เป็นแผนวิ่งที่อ่อนเกินระดับความเป็นตัวของคุณไป
ควรปรับปรุงเพิ่มความเข้มในตารางวิ่งครับ
ในทางทฤษฎี  ต้องตอบเช่นนี้  แต่ในทางปฏิบัติ ผมต้องได้ข้อมูลมากกว่านี้
จะได้คำเฉลยที่แจ่มชัดกว่านี้ครับ
(49.48.174.243)
30 ธ.ค. 55 07:32
25
ขอบคุณมาครับ อ.กฤตย์ แค่นี้ก้อเป็นประโยชน์กับผมมากแล้ว..หลังจากวันที่ 27 ผมพัก 1 วัน วันที่ 29 วิ่ง 10 กม. วันที่ 30 วิ่ง 9 กม.เวลาก้อเท่าๆเดิม..ต่อไปนีจะพยายามเพิ่มความเข้มในการวิ่ง(ผมคิดว่าเป็นความเร็ว)ถ้าไม่ใช่ขอรบกวนช่วยให้ความรู้ด้วยครับ..
Giant Cm
(180.183.152.196)
31 ธ.ค. 55 08:56
26
อย่าคิดเป็นอันขาดว่า  การหยุดวิ่ง การพักวิ่ง  มีค่าเท่ากับการขาดซ้อม
ที่มันเป็นคนละเรื่อง

ในความหมายของผม  \"การพักวิ่ง\"  คือ  \"การฝึกอย่างหนึ่งนั่นเอง\"

Thom Hunt  กล่าวว่า   \"Rest is an important part of training program\"

ถ้า จขกท. รอดชีวิตจาการฝึก  จนสามารถเป็นนักวิ่งที่อุดมพรรษายาวนาน
อย่างไม่ได้รับบาดเจ็บ คุณจะเห็นความสำคัญของหลักการประการนี้อย่างยิ่ง
(223.206.241.26)
15 ม.ค. 56 11:50
27
.......

\" Rest is an important part of training program \"

.......
.......

วิ่งไว้ก่อน
(115.67.230.62)
15 ม.ค. 56 12:05
28
สวัสดีค่ะ อ กฤตย์

ตอนนี้ เริ่มว่ายน้ำ สลับ กับการวิ่งแล้วค่ะ
น้ำหนักเริ่มลดลง ระบบการหายใจ และหัวใจแข็งแรงขึ้นจนรู้สึกได้เลยค่ะ
เพราะเมื่อก่อนเดินขึ้นบันได ชั้น หัวใจจะเต้นแรงและเหนื่อยมาก
แต่หลังจากวิ่งแบบจริงจัง รู้สึกดีขึ้นมากค่ะ

ตอนนี้วิ่งตามตาราง อ กฤตย์อยู่ค่ะ
วิ่ง200 เดิน200 8รอบ
แล้วก็วิ่งยาว สัปดาละ1วัน

ช่วงนี้เดินทางบ่อย ทำได้ไม่สม่ำเสมอนัก
และก็ประคับประคองเข่าไปด้วย 
ความก้าวหน้าเรื่องการวิ่ง ไปได้ไม่มาก
แต่ก็ค่อยๆดีขึ้น

อ้อ แล้วก็ได้รองเท้าคู่ใหม่มาค่ะ ของmizuno แต่ยังไม่ค่อยคุ้นนัก
เพราะเหมือนรองเท้ามันจะยาว แล้วต้องยกขาสูงขึ้นไม่ให้มันลาก
ตอนแรก ใส่รองเท้า เบอร์8.5 แล้ว เท้าขวานิ้วเบียดกันและ
พอวิ่งนานๆมันจะเจ็บอุ้งเท้า หนูเลยเปลี่ยนมาเบอร์9 แต่ก็เหมือนจะยาวไปนิดนึง
แต่ก็สบายเท้ามากกว่า เสียแต่ต้องยกเท้าสูงขึ้น เวลาวิ่งค่ะ

หนูเลือกถูกแล้วใช้มั๊ยคะ
happy
(110.77.251.196)
23 ม.ค. 56 11:33
29
หลักการโดยทั่วไป
ถ้าลองสิ่งใด  แล้วได้ผล
แสดงว่าน่าจะทำต่อไปได้ครับ
(223.205.161.98)
6 ก.พ. 56 14:37
30
(125.27.121.135)
water for life
5 เม.ย. 56 10:10
.
1
.

กฎระเบียบการใช้เว็บ forrunnersmag.com

  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่มีลักษณะก้าวล่วงหรือหมิ่นเหม่ต่อการก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่เสื่อมเสีย
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หยาบคาย ลามก อนาจาร หรือก้าวร้าวเกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามใช้ข้อความที่มีเจตนากล่าวหา ว่าร้ายบุคคลอื่น โดยไม่มีหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิง
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่พาดพิงเรื่องการเมือง
  • ห้ามแสดงเจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น บุคคลอื่น
  • ห้ามใช้นามแฝงที่มีความหมายหยาบคาย ลามก หรือชวนให้เข้าใจว่าเป็นบุคคลอื่น
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย
  • ยอมให้ลงประกาศซื้อขายในกรณีที่เป็นการซื้อขายมือสองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าในลักษณะที่เป็นการค้าขายเชิงธุรกิจ
วิธีใช้รหัสบีบี

ความคิดเห็น

รหัสยืนยัน

โปรดใส่อักขระที่ปรากฏในรูปนี้

โดย


พื้นที่โฆษณา