Tomorrow is another day, and there will be another battle!
Sebastian Coe
British runner

มาราธอนกับการเตรียมตัว - เว็บบอร์ดฟอร์รันเนอร์

F009282
มาราธอนกับการเตรียมตัว
มาราธอนกับการเตรียมตัว


โดย   กฤตย์  ทองคง

ในสภาพการวิ่งแบบปกติธรรมดาของคนทั่วไป   คนเราจะวิ่งได้เพียงไกล
ระยะหนึ่ง   แล้วก็ต้องหยุด   เราไม่สามารถวิ่งต่อไปได้เรื่อยๆ  
เป็นระยะทางหรือระยะเวลาที่ไกล

แต่สำหรับนักวิ่งจะแตกต่างออกไป  เราได้รับการฝึกหัดที่จะถ่างขยาย
ระยะการวิ่งอย่างต่อเนื่องนี้ให้ไกลออกไปกว่าเดิม

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายให้แข็งแรง  เจ้าตัวจะได้มีความแข็งแกร่ง
แน่นเหนียวไปเป็นภูมิต้านทานกับแรงเสียดทานจากชีวิตประจำวัน  
มาทำร้ายเราน้อยลง

ตรงกันข้าม   หากเราไม่ฝืนเอาไว้   ร่างกายก็จะปวกเปียก   
อ่อนแอลงเป็นลำดับ   ประจวบกับอายุที่มากขึ้น   ความเปลี้ยลงจากวัย  
จะเข้ามารุมประเดประดัง ยิ่งไปกันใหญ่
กฤตย์
(182.53.166.220)
3 ส.ค. 55 23:46
1
ในการวิ่งระยะไกล  อย่างมาราธอน   คนเราจะวิ่งประมาณ 40,000 ก้าว  
หรือถ้านับเพียงขาข้างใดข้างหนึ่งที่สัมผัสกับพื้นถนน   เราก็จะได้ประมาณ 20,000 ก้าว

ในการก้าวไปข้างหน้า   เนื่องจากเป็นการวิ่ง มิใช่เป็นการเดิน   
ตัวเรือนร่างจะรับแรงกระแทกประมาณ  – เท่าของน้ำหนักร่างกายปกติ   
ถ้าติ้ดต่างว่าผู้วิ่งมีน้ำหนักที่ 70 ก.ก.   สิ่งที่เรากำลังจะทำให้เกิดขึ้นก็คือ   
เราผลิตน้ำหนัก 5.6  ล้านกิโลกรัม ลงไปบนข้อต่อ  กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น 
และเนื้อเยื่อต่างๆ  ตลอดระยะทางของสนามมาราธอน

อัตราชีพจร   คนทั่วไปจะวิ่งมาราธอนก็ประมาณ 150 ครั้ง ต่อ นาที   
ขึ้นอยู่กับความเร็วของแต่ละคน   ถ้าว่ากลางๆไว้ก่อน   สมมุติที่ 70 ของความสามารถสูงสุด  
ในโซนแอโรบิก

หัวใจของผู้วิ่ง   สำหรับรายที่วิ่งได้ประมาณ ช.ม. ระยะ 42 ก.ม.  
ก็จะเต้นหนักกว่าปกติ ถึง 36,000 ครั้ง  เป็นสองเท่ากว่าๆของสภาวะปกติ  
เพื่อปั๊มเลือดไปเลี้ยงร่างกายและส่วนสำคัญต่อการวิ่ง เช่น ขา  ประมาณ  25 – 35  ลิตร
ในแต่ละนาที (ที่หากไม่วิ่ง  ก็จะเพียง – ลิตรเท่านั้น)

จะเห็นได้ว่า   เรือนร่าง ต้องปรับตัวมากขนาดไหน  ในการลงวิ่งมาราธอน    
(ตัวเลขที่ผู้เขียนกล่าวอ้าง  มาจากความสามารถโดยรวมของนักวิ่งแนวหลัง  
ในการสำรวจของมหาวิทยาลัย  Loughborough  สหราชอาณาจักร)
(182.53.166.220)
3 ส.ค. 55 23:55
ความเห็นนี้ถูกใจ ณัฏฐวัฒน์, ChubbyRunner, Miss Key, THEAM, SAVANNA2, # สักทอง #, savet2495
2
เราเลือกที่จะจำลองสถานการณ์ออกกำลังกายที่เค้นแรงเครียดให้เกิดขึ้นกับร่างกาย
ด้วยการวิ่งมาราธอน

มาราธอน   ไม่ใช่กิจกรรมที่มนุษย์ปกติกระทำกัน  โดยสภาพ มันหนักหนาเกินไป
สำหรับสภาพสังคมที่พรั่งพร้อมอย่างปัจจุบัน  ที่เราไม่มีความจำเป็นต้องไปวิ่งไล่กวาง 
หรือจับกระต่ายเป็นอาหารอีกต่อไปแล้ว

แต่มาราธอนมันก็ไม่หนักจนกระทั่งผู้คนทั่วไปเข้าไม่ถึง  ถ้าเปรียบกับการไปยอดเขาเอเวอร์เรสต์   
ที่จะมีเพียงบางคนเท่านั้นที่ไปถึง   แต่มาราธอน  หากผู้วิ่งมีการประเมินอย่างผิดพลาดที่สุด   
เราอาจฟุบเรือนร่างรอเก็บกวาดอยู่บนพื้นถนน   ที่เต็มไปด้วยความช่วยเหลือจากเหล่า  Wardens  
และ Ambulance  ที่ต่างจากบนเทือกภูในเส้นทางยะเยือกไปสู่สวรรค์  ที่เมื่อพลาด 
เราอาจต้องอยู่บนนั้นนานตลอดหลายร้อยปีข้างหน้า
(182.53.166.220)
4 ส.ค. 55 00:02
ความเห็นนี้ถูกใจ ChubbyRunner, เสนีย์ (เชียงใหม่), Miss Key, THEAM, SAVANNA2
3
แต่มาราธอนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย   ถ้าหากเราหวังจะให้รอดพ้น  เพื่อเข้าเส้นชัย 
ในเวลาที่ปรารถนา  มันเรียกร้องการเตรียมตัวที่ถูกต้องเหมาะสม   
มันต้องการให้เราจัดการด้วยองค์ความรู้  อีกทั้งใช้แรงบันดาลใจอย่างอุทิศทุ่มเท   
เราจึงจะผ่านไปด้วยความภาคภูมิใจ
(182.53.166.220)
4 ส.ค. 55 00:05
ความเห็นนี้ถูกใจ ChubbyRunner, Miss Key, THEAM
4
มาราธอนจึงเป็นกิจกรรมสมมุติที่มีความหนักหน่วงกำลังพอดีกับความท้าทาย  
เพราะเมื่อบางคนอาจจัดการมันอย่างผิดพลาดไม่เหมาะสม   ญาติพี่น้องก็ไม่ต้องถึงกับร่ำไห้รดน้ำศพ

วิ่งยังไงๆก็ถึง (ในเงื่อนไขปกติทั่วไป)   วิ่งยังไงๆก็ไม่ตาย  แต่นรกอาจกิน  ถ้าจะวิ่งให้ได้ดี  
มันต้องฝึกซ้อมอย่างเหมาะสม  ถ้าเพิกเฉยเดี๋ยวรู้เรื่อง   มันจึงเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นกำลังดี

เมื่อพิจารณาดู   ความบีบเค้นที่ตัวมาราธอนมอบให้กับนักวิ่ง  มันไม่ธรรมดาเสียเลย

บอกตามตรง  ดูแล้วไม่น่าจะทำได้นะ  มันเป็นเงื่อนไขที่แตกต่างไปจากปกติมาก  
แต่คนเราก็ทำกันมาแล้ว
ถ้าจะอ้างถึงสถิติการเสียชีวิต  ก็พบว่านักวิ่งมาราธอนรอดตายจากสนาม 42 กิโลมากกว่าคนทั่วไป
รอดตายในสนามชีวิตอย่างเทียบกันไม่ได้  โดยดูเทียบจากอัตราการเสียชีวิตจากสำนักทะเบียนราษฎร์
ประเทศไหนก็ได้
(182.53.166.220)
4 ส.ค. 55 00:09
ความเห็นนี้ถูกใจ ChubbyRunner, Miss Key, THEAM, pcalibration
5
แต่เพื่อจัดการกับมาราธอนให้ได้ตามเป้าประสงค์   เราจึงต้องจัดการฝึกฝนร่างกายให้กระทำซ้ำๆ
ในรูปแบบที่สร้างความแข็งแกร่งที่จำเพาะเจาะจง   ที่เป็นคนละความแข็งแกร่งอย่างนักเพาะกาย 
หรือนักฟุตบอล  ที่เราอาจจะถูกเหวี่ยงออกจากเวทีในครึ่งนาทีแรกของสนามซูโม่  แต่ในกติกาที่แตกต่าง  
ที่จัดให้ศัตรูมิใช่ใครอื่น  แต่เป็นระยะทาง   เราก็จะพลิ้ว  ไปแล้ว  ก็ไปเรื่อยๆ  แล้วก็ไปไม่หยุด  
อย่างที่ซูโม่ยี่สิบคนวิ่งผลัดไล่จับเราไม่ได้

คนธรรมดาจะทำอย่างนี้ได้  ต้องฝึกให้มีระบบหมุนเวียนและระบบหายใจมีความมั่นคง  
ด้วยการฝึกหัดหัวใจและปอด  ให้จับออกซิเจนและสันดาป  กับส่งเลือดที่ฟอกแล้วไปให้ทั่วร่างกาย

นักวิ่งจะต้องสร้างระบบพลังงานสำรองกักตุนในสภาพที่แตกตัวง่าย  สามารถนำไปใช้อย่างรวดเร็ว
ง่ายกว่าใช้ไขมันอย่างเดียวที่มีน้ำหนักมาก  เป็นศัตรูกับการเคลื่อนไหว

นักวิ่งจะต้องจัดเตรียมกล้ามเนื้อ  ให้แตกต่างไปจากคนทั่วไปเป็นกล้ามเนื้อที่ทรงประสิทธิภาพ  
สามารถรับแรงบีบเค้นได้อย่างทรหด (กล้ามเนื้อแดง)

นักวิ่งจะต้องจัดหาเงื่อนไขให้ตัวเอง มีเส้นเอ็น เนื้อเยื่อ และกระดูกเหนียวแน่นและแข็งแกร่ง  
รับแรงเครียดทรงตัวต่อเนื่องเป็นฐานให้กล้ามเนื้อผลักตัวออกไปข้างหน้า
(182.53.166.220)
4 ส.ค. 55 00:15
ความเห็นนี้ถูกใจ ChubbyRunner, Miss Key, THEAM, SAVANNA2
6
คำถามที่น่าสนใจก็คือ   ผู้วิ่งมาราธอนส่วนใหญ่ทุกวันนี้   
ได้เตรียมตัวพร้อมหรือเปล่ากับกิจกรรมอันน่ามหัศจรรย์นี้

น่าเสียใจ.....ว่ามีคนจำนวนไม่มากนัก ที่สามารถฝึกสะสมจนเรียกได้ว่า “พร้อม”   
ในคอกสตาร์ทเต็มไปด้วยผู้คนที่ต้องการจะใช้ “ใจ”  เข้าต่อตี  เชิดชูเกียรติของการเสียสละ 
อุทิศทุ่มเท  จัดการให้ได้ในครั้งเดียว  โดยที่ไม่ฝึกหัด  หรือฝึกหัดอย่างไม่ได้ระดับ

นักวิ่งมาราธอนไทย ที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมแบบนี้  จึงวิ่งปีแล้วปีเล่า  
มีผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก  ประมาณเดิมๆ  ไม่ดีขึ้น  พอแก่ตัวก็เฉาลงไป   
อ้างอายุเป็นสาเหตุปัจจัย   ทั้งๆที่มันเป็นเพียงปัจจัยเดียวในความช้าลง
(182.53.166.220)
4 ส.ค. 55 00:21
7
พวกเราไม่ได้ทำการบ้านอย่างเพียงพอ   ไม่ได้ตั้งอกตั้งใจในการสร้างทัศนคติต่อชีวิตให้กระจ่างชัด  
เราฝ่อง่ายเกินไปกับนักวิ่งผิวดำ

เราต้องการจินตภาพในความสมัครใจเริ่มนับหนึ่งในกระบวนการสร้างนักวิ่งมาราธอน  
ทั้งในมิติของมาราธอนชาติไทย และมาราธอนของแต่ละคน  หากปราศจากความตั้งใจตรงนี้จริงๆ  
เราก็จะถือครองอะไรไม่ได้เลย  แม้กระทั่งการวิ่งเพื่อสุขภาพ   ที่จำนวนนักวิ่งก็จะลดน้อยลงไปทุกปีๆ  

แม้ว่าหน้าใหม่ทยอยเข้ามาสะสม  แต่ยอดกลับเท่าเดิมหรือน้อยลง??  เรามักจะพูดกันว่าเป็นเพราะ
ความเบื่อหน่ายที่วงการไม่มีอะไรใหม่  หรือเป็นเพราะความบาดเจ็บที่วิ่งมากจน  “กรอบ”


เพื่อไปให้พ้นจากสภาพเดิมๆ
เราจะสมัครใจอุทิศความตั้งใจเพื่อมาราธอนกันให้เต็มที่ ทั้งในแง่การแข่งขัน  
และในแง่การฝึกฝนเพื่อสุขภาพแล้วหรือยัง?


 สิงหาคม  2555   13.15  น.
(182.53.166.220)
4 ส.ค. 55 00:26
ความเห็นนี้ถูกใจ ณัฏฐวัฒน์, ChubbyRunner, Miss Key, THEAM
8
ชอบครับ
วิ่งและฝึกโยคะ สมาธิ ผลิบานพร้อมพรัก รู้จักชีวิต จึงฝึกฝนพลังชีวิต
4 ส.ค. 55 00:40
ความเห็นนี้ถูกใจ เล็กnpr
9
ขอบคุณครับ อ.กฤตย์
(58.64.107.15)
ปัญหามีไว้กลิ้งทับ
4 ส.ค. 55 07:35
10
ขอบคุณค่ะ กำลังคิดจะลองมาราธอนซักสนามในวัย 58 ก็ได้ข้อแนะนำมาประเมินตัวเองค่ะ ขอบคุณน่ะ
พี่ลัดดา
(27.130.199.170)
4 ส.ค. 55 13:53
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101
11
สำหรับพี่ลัดดา
เป็นเพศหญิง กับวัย 58  ควรมีข้อระวังในการซ้อมให้มาก
เพราะเราจะมีการฟื้นตัวช้ากว่าผู้อื่น

ไม่ควรมีการเล่นความเร็วหรือคอร์ทใดๆ
แค่วิ่งเฉยๆก็พอ   อย่าให้เจ็บเป็นอันขาด  
สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่าเหรียญหรือถ้วยมากนัก

ดื่มน้ำให้มากพอเพียง   ยืดเส้น วอร์มอัพ  และคูลดาวน์
ให้รอบคอบ   อายุครบ 60 อีก ปี  มีตัวๆน้อยมาก
ความสำเร็จไม่ยากนัก เพียงแต่ประคับประคองอย่าเจ็บซะก่อนก็แล้วกัน
(182.53.203.255)
5 ส.ค. 55 15:20
ความเห็นนี้ถูกใจ Miss Key, kunjija, จอย101, # สักทอง #, เล็กnpr
12
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ในคำแนะนำค่ะ
พี่ลัดดา
(171.7.121.108)
5 ส.ค. 55 21:44
13
(1.1.151.194)
ไปให้ได้ดั่งใจหวัง
6 ส.ค. 55 09:08
14
อายุจะ 31 แล้วค่ะ อยากฝึกวิ่ง แต่เป็นหอบ วิ่งนิดเดียวก็เหนื่อยแล้ว ต้องฝึกขนาดไหนคะ ถึงจะไปวิ่งมาราธอนได้บ้าง (หวังไกลมาก 555)
Note
(115.87.135.190)
6 ส.ค. 55 09:55
ความเห็นนี้ถูกใจ Miss Key, ChubbyRunner, จอย101
15
ขอบพระคุณมากครับ..
   มาถูกที่ ถูกเวลา พอดี

...กำลังจะกลับมาฝึกซ้อม สำหรับมาราธอนหน้าหนาวปลายปีครับ
(1.1.151.12)
เจ้าเป็นดอกไม้ ที่งามวิไลตั้งแต่ใดมา
6 ส.ค. 55 14:27
ความเห็นนี้ถูกใจ ChubbyRunner, kunjija, จอย101, # สักทอง #
16
เป็นหอบหรือไม่เป็น  ก็เหมือนกัน  คือฝึกวิ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ด้วยการค่อยๆเขยิบ  (Gradually Increase by Gentry) ด้วยการเพิ่มปัจจัยความเข้มข้น
ทีละน้อย   ไม่ว่าจะเป็นระยะทางหรือความเร็ว  อย่างฉลาด

จากโค้ช  จากครูฝึก   จนเชี่ยวชาญเรียนรู้แล้วลงมือเขียนตารางวิ่งตัวเองเป็น

ธรรมชาติอนุญาตให้คนเราทำเหนือกว่าระดับความเป็นตัวของเขาเล็กน้อย
โดยไม่บาดเจ็บ   และเราควรอิงอาศัยสภาพที่ธรรมชาติอนุญาตเหล่านี้  สอนให้ร่างกาย
จดจำงาหนักนั้นทีละน้อย

นักวิ่งบ้านเราเขยิบไม่ค่อยเป็น  ไม่เขยิบเลย  หรือไม่ก็เขยิบมากเกินไป
การวิ่งอยู่ตาปีตาชาติ  เหมือนเดิมทั้งระยะทาง   เหมือนเดิมทั้งความเร็ว
เป็นตัวล็อกความสามารถมิให้ก้าวหน้าขึ้นได้   จงอย่าพยายามวิ่งเหมือนเดิม
ในแต่ละสัปดาห์   ในรอบ วัน  พยายามวิ่งพัฒนาเป้าหมายให้ครบทุกด้าน
เช่นวิ่งเร็ว  Speed Works วันหนึ่ง
วิ่งยาว  Long Run วันหนึ่ง
วิ่ง Tempo  วันหนึ่ง
วิ่งเบาให้พักฟื้นวันหนึ่ง
ครอสเทรนนิ่งอีกวันหนึ่ง
เป็นต้น

การวิ่งทุกวันเหมือนเดิม  แม้จะเร็วแม้จะยาวจริง
แต่ทท้ายที่สุดจะทำให้เร็วก็เร็วไม่จริง   อึดก็อึดไม่จริง
นกมีหูหนูมีปีก หลุดเป็นนักวิ่งอันดับหกประจำ
(182.53.163.250)
7 ส.ค. 55 01:20
ความเห็นนี้ถูกใจ Miss Key, ChubbyRunner, kunjija, จอย101
17
โดนใจ 
(125.24.192.102)
จงรักผู้อื่นเหมือนรักตัวเราเอง
8 ส.ค. 55 09:32
ความเห็นนี้ถูกใจ THEAM
18
อ.กฤตย์ คะ
หนูเพิ่งเริ่มวิ่งเข้าสัปดาห์ที่ จากตารางวิ่งของHal  Higdonค่ะ
เมื่อสามอาทิตย์ที่แล้ว เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย คือเดินสะดุดรองเท้า
ล้มที่บันไดขั้นแรก เอาเข่าซ้ายลง แต่ไม่ได้เจ็บมาก ไม่ได้ไปหาหมอ
แต่พอเดินเร็วๆ มันจะตึงที่น่องด้านนอก และเลยขึ้นไปถึงบั้นเอว
แต่เป็นแค่สองวันนะคะ หลังจากนั้น มันก็ตึงเฉพาะที่ที่น่องด้านข้าง
ตั้งแต่เข่ามาถึงข้างเท้าด้านนอก  เดินเร็วก็ตึงแล้วค่ะ

บางวันที่ตึงน้อยๆ ก็วิ่ง แต่พอวิ่งแล้ว เจ็บเข่าค่ะ หนูเป็นคนเดินแบบ
ปลายเท้าบิดออกด้านนอกด้ว (และมีแนวโน้มว่าจะเข่าเสื่อม อันนี้คุณหมอ
ที่เคยไปรักษา บอกไว้เมื่อประมาณเกือบสองปีที่แล้ว)
สัปดาห์นี้ว่าจะไปหาหมอตรวจอีกซักครั้งค่ะ

ถ้าหนูมีอาการเข่าผิดปกติจริงๆ แต่อยากวิ่ง ควรทำตารางแบบไหนดีคะ
เมื่อเช้าไปเจอคุณลุงอายุ เจ็ดสิบกว่าๆ ซ้อมคอร์ด อยู่ก็คุยกับท่าน
ท่านแนะนำว่า ลองปั่นจักรยานเสริมดู 

ยิ่งเห็นคนอายุเยอะๆยังวิ่งอยู่ และแข็งแรง เลยอยากทำให้ได้บ้างค่ะ
รบกวนขอคำแนะนำหน่อยนะคะ อาจารย์
new m
(110.77.230.142)
12 ส.ค. 55 21:36
19
ดีมากค่ะให้ข้อคิดและการปฎิบัติตัวสำหรับการวิ่งขอบคุณค่ะ
กระเทียม
(49.228.143.217)
14 ส.ค. 55 12:36
1
21
ฟังดูปัญหาคุณ  new มี เรื่อง  เจ็บเข่าจากล้มเรื่องนึง
และอาการที่ตึงน่องด้านนอกนี่เรื่องนึง   อันเกิดจากการวิ่งมาก หรือวิ่งเร็วไป
และคุณกำลังจะเจอการกลับเข้าไปซ้อมกระชั้นชิดเกินไป

เป็นห่วง  กลัวจะบาดเจ็บเสียก่อน
คุณควรใส่วันหยุดมากขึ้นในตารางวิ่ง   หรือจักรยานและว่ายน้ำก็ได้
ในเทอมของเวลาอย่าต่ำครึ่งช.ม.  แต่ไม่เกิน ช.ม.  ในความเหนื่อยเท่ากับการวิ่ง
ส่วนเรื่องเข่าที่ล้ม  ก็ควรให้พักฟื้นด้วย   ดังนั้นการพักฟื้นน่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะกับเวลานี้
ผมเข้าใจว่า เรื่องเจ็บนี่  มาเจ็บเอาพร้อมกัน   แต่มาจากคนละสาเหตุ

อาจเข้าใจผิดได้   การวินิจฉัยทางไกล   โดยไม่เห็นตัว  ย่อมคลาดเคลื่อนได้ง่าย
ยังไงๆ  หาแพทย์(ที่ชำนาญบาดเจ็บจากการกีฬา) จะดีที่สุดครับ
ถ้าที่สนามวิ่งมีเพื่อนวิ่งที่เป็นแพทย์ล่ะก็ดีมาก ถามเลย
(182.53.165.142)
15 ส.ค. 55 14:19
ความเห็นนี้ถูกใจ THEAM
22
ขอบคุณมากค่ะ อ.กฤตย์ 

ตอนนี้นัดคุณหมอเรื่องเข่าไว้แล้วค่ะ
อยากวิ่งและอยากวิ่งค่ะ:-)
new m
(110.171.137.110)
16 ส.ค. 55 08:29
ความเห็นนี้ถูกใจ kunjija
23
ผมซ้อมวิ่งแล้วช่วงแรกให้โค้ชนวด เหยียบให้
แต่วันนั้นโค้ชไม่อยู่เลยให้เพื่อนเหยียบให้  เพื่อนลื่นที่ขาด้านหลังเลยครับ
วันต่อมายังวิ่งได้ครับแต่รู้สึกแปลกๆกับขาตัวเองครับ
หลังจากนั้นก็วิ่งไม่ได้เลยครับมัน เจ็บด้านข้างขา ร้าวลงไป ถึงเท้าเลยครับ 
ไม่ทราบว่ามันเป็นอาการอะไรหรอครับ?
Pose
(27.55.13.220)
4 ก.ย. 55 18:23
24
เรียนถามอาจารย์กฤตย์

ลงมินิแทบจะทุกอาทิตย์จะมีผลอะไรกับการวิ่งไหมครับ  ผมจบประมาณ หกสิบกว่านาทีแล้วครับ จากเมื่อสองเดือนก่อน เจ็ดสิบกว่าครับ  ตอนนี้ก็ยังวิ่งๆเดินๆครับ แต่รู้สึกได้ว่า วิ่งได้นานกว่าเมื่อก่อน                  วันเสาร์จะไม่ซ้อมครับ กินๆนอนๆ เก็บแรงไว้วิ่งเช้าวันอาทิตย์ ซ้อมแทบทุกเย็น อายุสี่สิบสี่แล้วครับ 
สูง 175 หนัก77Kg.  ตั้งใจซ้อมเพื่อลงมาราธอนสักครั้ง แต่ขอทำเวลามินิให้ดีกว่านี้ และให้กล้ามเนื้อแกร่งกว่านี้ก่อนครับ   

ขอบพระคุณครับ
LIM
(110.168.183.31)
5 พ.ย. 55 21:48
25
เรื่องนวด

เห็นมีเพื่อนนักวิ่งเดี้ยงเพราะไปนวดมามากมาย
อยากจะพูดว่า  อย่านวดเลย  จะหนักไปหรือเปล่า?
1)   ถ้านวดได้ดี และเกิดอะไรขึ้น
2)   ถ้านวดแล้วผิดพลาดจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าพลาดจากข้อที่ พลาดโอกาสที่ดี  จะได้คืนตัวเร็วๆ
ถ้าพลาดจากข้อที่ แล้วเกิดอะไรขึ้น  เดี้ยงไปเลย
ข้อ ร้ายแรงกว่า

ถ้าไม่นวด...ก็พบว่าไม่เกิดอะไรขึ้น
ไม่ต้องเสี่ยงกับความไม่รู้จริงของผู้นวด  ว่านวดเป็นหรือเปล่า
เรียนมาจากไหน  เชื่อถือได้ขนาดไหน  นวดแบบครูพักลักจำ
หรือเรียนมาทาง  Massage Therapist

อาจ Recovery นานหน่อยถ้าไม่ได้นวด  แต่ก็หายเองได้แน่
ปลอดภัยกว่าแน่นอน

รีบ Recovery เพื่ออะไร  จนต้องไปนวด
ไม่นวดได้ไหม   เสี่ยงโดยไม่จำเป็น   ไม่คุ้มค่า

ยิ่งให้เท้าเพื่อนเหยียบ  ก็ง่ายมากที่จะพลิกเส้นเอ็นเปิดเปิง
ไม่คุ้มเล้ย...เพื่อน  จำไว้  เป็นบทเรียน  อย่าทำอีก
ที่ผ่านมา  เจ็บไปแล้วแก้ไขไม่ได้  ก็เยียวยาจนกว่าจะหาย
อย่าฝืนไปวิ่ง   จะตกฟิตก็จำเป็นเพื่ออนาคตวิ่งตัวเอง

โชคดีครับ
(171.5.82.245)
23 ธ.ค. 55 21:55
26
ถาม..........ลงมินิแทบจะทุกอาทิตย์  จะมีผลอะไรเกี่ยวกับการวิ่งหรือไม่

มีครับ....ทำให้คุณไม่สามารถจดจ่อ กำหนดแผนการซ้อมได้อย่างตรงเป้าหมาย
การซ้อม...จะไม่แรงอย่างเดียว  มีแรง  มีเบา  อยู่ที่แต่ละเป้าหมายการฝึกแต่ละ  Session
ผมไม่เห็นว่าการไปสนามแข่งจะทดแทนการซ้อมได้ร้อยเปอร์เซนต์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การไปแข่งทุกสัปดาห์  จะเท่ากับเป็นการโบยตีร่างกายอยู่เรื่อยๆ
ทำให้พักฟื้นไม่ทัน

ผู้วิ่งมักกล่าวเสมอว่า  วิ่งเล่นๆ  ไม่ได้เอาแชมป์
แต่รับรองได้  ทุกคน  วิ่งกันสุดความสามารถ
มันเร็วเกินไป   แม้จะไม่ได้รางวัลใดๆ  แต่ก็หนักเกินไปสำหรับฐานตัวเอง
มีผลทำให้รบกวนการฝึกซ้อม

แล้วก็เปลืองเงินตะหาก

คำถามที่น่าถามตอบ  และควรไตร่ตรองให้ดีว่าทำเช่นนั้นเพื่ออะไร
สนามวิ่งหน่ะ...มีทุกสัปดาห์ต่อเนื่องกันไปจนกว่าจะตาย
เราตายไปแล้วเขาก็ยังจัดวิ่งอยู่  นับวันจะมากขึ้นด้วยซ้ำ
ถามว่าเราพัฒนาบ้างหรือยัง  ในแต่ละสนามที่ไป
บางสนาม  ช้าลงด้วยซ้ำ

เออ...ถ้าพัฒนาขึ้น  ไปทดสอบฝีเท้าก็น่าไป    อย่างนี้เข้าใจ
แต่ล้าก็ยังล้า   บางคนยังเจ็บไม่ค่อยจะหายดี  ก็ไปซ้ำเติม
ไม่รู้จะพูดอย่างไร...
ไปทั้งๆที่รู้ว่าวิ่งแย่  ก็ยังจะไป  รนหาที่บาดเจ็บ  รนหาที่เสียเงิน

ขอโทษหากคุณผู้ถามไม่ได้ปฏิบัติตัวเช่นนั้น
การตอบของผมน่าจะเป็นประโยชน์ในวงกว้างมากกว่าเฉพาะผู้ถามครับ
(171.5.82.245)
23 ธ.ค. 55 22:11
27
ขอบพระคุณมากครับท่าน อ.กฤตย์
ในสิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้มาจากท่าน..
ถูกใช้เป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติมาในการฝึกซ้อมด้วยตนเอง
เพื่อการเตรียมตัวสู่ฟูลมาราธอนครั้งแรก (กรุงเทพมาราธอน 2013)
มีเวลาฝึกซ้อมในวันธรรมดาและวันอาทิตย์ พัก วัน เสาร์และจันทร์
วันธรรมดาวิ่ง อ-ศ มีเวลาประมาณ 1ชั่วโมงหลังเลิกงาน(ระยะทาง 7-10 km)
วันอาทิตย์วิ่งยาวได้เต็มที่ตามกำลัง เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาวิ่งยาวผ่าน 30 km (เวลา 3:09)
เช้าก่อนวิ่งทานกล้วยหอม 1ผลใหญ่ ดื่มน้ำตามระยะ   มีข้อสงสัยที่ได้รับรู้ข้อมูลจากข้อเขียนหลายท่าน
การซ้อมยาวในแต่ละครั้งไม่ควรใช้เวลานานเิกิน ชั่วโมง จึงขอคำแนะนำจากท่าน อ.กฤตย์
ว่าระยะทางที่เหลือกับเวลาที่เกินจาก ชั่วโมงผมควรจะมีแผนฝึกซ้อมอย่างไรบ้าง
เพื่อไม่ให้ภาระและระยะทางในวันวิ่งจริงหนักเกินไปในกิโลท้ายครับ....

ขอบพระคุณครับ


(182.52.250.21)
วิ่งเพื่อชีวิต สปิริตส่วนบุคคล
28 ก.พ. 56 11:31
28
ตอบเรื่องการซ้อมยาว  ไม่เกิน ช.ม.
เอาเป็นว่าถึงอย่างไหนก่อนก็เอาอย่างนั้น
ระหว่างระยะทางกับระยะเวลา

ครบ ช.ม.แล้ว  ระยะทางยังไม่ครบ
ก็พอเหอะ..ค่าที่ว่าจากสถิตินักวิ่งที่ซ้อมเกิน ช.ม.
จะได้รับบาดเจ็บมีค่าสถิติสูงยิ่ง
ที่ผมไม่อยากให้คุณเป็นหนึ่งในผู้อยู่ที่ค่าสถิตินั้น

ถ้าสนามจริงนี้ไม่สามารถขยับซ้อมได้ถึง
ก็ต้องควรปล่อยให้เป็นเช่นนั้น    หมายความว่า 
สนามเป้าหมายจึงควรถูกขยับไปสนามต่อไปข้างหน้านู้น
อย่าเร่งรัดให้พร้อมในสนามนี้ เพื่อความปลอดภัยครับ
(171.5.87.172)
18 เม.ย. 56 13:42
ความเห็นนี้ถูกใจ pcalibration
29
ขอบพระคุณครับ อ.กฤตย์
ยังตั้งใจและเกาะติดครับ
(182.52.250.21)
วิ่งเพื่อชีวิต สปิริตส่วนบุคคล
23 เม.ย. 56 10:45
30
ขอขอบคุณ อ.กฤตย์ ที่ให้ความรู้ ครับ ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ ให้ผู้ที่รักสุขภาพ ออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาราธอน ได้เรียนรู้ถึงการเตรียมตัววิ่งมาราธอน..ครับ
(182.52.111.232)
สุขภาพดี ชีวิตสดใส
8 ก.ค. 56 11:23

กฎระเบียบการใช้เว็บ forrunnersmag.com

  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่มีลักษณะก้าวล่วงหรือหมิ่นเหม่ต่อการก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่เสื่อมเสีย
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หยาบคาย ลามก อนาจาร หรือก้าวร้าวเกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามใช้ข้อความที่มีเจตนากล่าวหา ว่าร้ายบุคคลอื่น โดยไม่มีหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิง
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่พาดพิงเรื่องการเมือง
  • ห้ามแสดงเจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น บุคคลอื่น
  • ห้ามใช้นามแฝงที่มีความหมายหยาบคาย ลามก หรือชวนให้เข้าใจว่าเป็นบุคคลอื่น
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย
  • ยอมให้ลงประกาศซื้อขายในกรณีที่เป็นการซื้อขายมือสองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าในลักษณะที่เป็นการค้าขายเชิงธุรกิจ
วิธีใช้รหัสบีบี

ความคิดเห็น

รหัสยืนยัน

โปรดใส่อักขระที่ปรากฏในรูปนี้

โดย


พื้นที่โฆษณา