๏ บทเรียนมาราธอน     แทรกคำสอนหลายตำรา       
ฝึกหัดเต็มอัตรา                 กายและจิตพิชิตชัย            
     อดทนและเข้มแข็ง        ทั้งกล้าแกร่งมีวินัย             
ทุกก้าวจึงเกรียงไกร            พร้อมกอบเก็บประสบการณ์  
     บทเพลงมาราธอน         หลายวรรคตอนยังแว่วหวาน 
เวียนวิ่งแห่งวันวาร              ครบคุณค่าน่าจดจำ  ๛        
ตะวันฉาย

จากเส้นทางชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ..สู่เส้นทางสายมะเร็ง..ถึงแนวทางชีวจิต - เว็บบอร์ดฟอร์รันเนอร์

F009073
จากเส้นทางชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ..สู่เส้นทางสายมะเร็ง..ถึงแนวทางชีวจิต
วิถีชีวิตของคนเราส่วนมากเมื่อครั้งยังเยาว์วัยก็จะเป็น
ไปตามแนวโน้มของสังคมในครอบครัวและเรื่องวิถีชีวิตส่วนใหญ่ 
 ที่สำคัญในครอบครัวก็คือเรื่องกิน ส่วนมากกำหนดโดยหัวหน้าครอบครัว
หรือแม่บ้าน และเมื่อเติบโตเข้าสู่วัยทำงาน ก็จะมีสังคมในการดำเนินชีวิต
ที่เปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่งซึ่งวิถีชีวิตก็อาจจะเปลี่ยนแปลง
ไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง  ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะมีวิถีชีวิตแบบไหน
หรือชอบใช้วิถีชีวิตแบบไหน แตกต่างกันไปหลากหลาย....  
หลาย ๆ สิ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย..และหลาย ๆ สิ่ง ไม่ใช่เรื่องยาก.... 
เพียงแต่...ความคิดของคนเรา บางท่านมีความคิดที่เต็มไปด้วยอัตตา 
และบางท่านก็มีความคิดที่เต็มไปด้วยเหตุผลและหลักการ(ของตัวเอง)
ที่ค่อนข้างจะปิด เป็นที่ตั้ง....ส่วนบางท่านก็เปิดกว้างที่จะฟังและเข้าใจ
สุดแท้แต่ละท่านจะมีความคิดเป็นแบบไหน ส่วนมากก็จะยึดติด
อยู่ที่ความ  อยากได้   อยากมี   และอยากเป็น 

 แต่สำหรับกับความคิดที่เป็นไปเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพ 
จะต้องเป็นความคิดที่สร้างสรรค์ อย่างเข้าใจผู้อื่นและ
พร้อมที่จะรับฟังทุกเหตุผลผู้อื่น ด้วยจิตเมตตา และให้อภัย 
เหล่านี้ใช้กับการดูแลสุขภาพเป็นความคิดที่อิงอยู่กับธรรมะ 
หรือธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากความคิดที่กล่าวข้างต้น...
....
61
รออ่านอยู่นะค่ะกับอินเลยค่ะ
(1.2.156.204)
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
27 ก.ค. 55 08:04
ความเห็นนี้ถูกใจ ภูมิชีวิต, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
62
ผมรู้สึกยินดีครับและก็ขอขอบคุณที่ทุก ๆ ท่าน
ให้ความสนใจในเรื่องราวที่ผมนำเสนอมานี้  
และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทเรียนของชีวิตผม  
อย่างน้อย อาจจะเป็นอุทาหรณ์ หรือเครื่องเตือนสติ 
หรือแม้กระทั่งให้กำลังใจกับเพื่อน ๆ บางท่าน 
หรือทุก ๆ ท่านให้ได้รับรู้และเข้าใจได้นะครับ
                                    ภูมิชีวิต
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
27 ก.ค. 55 09:50
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, Miss Key, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
63
...พี่ภูมิฮับ  ตามอ่านเสมอ
น่าสงสารจังเลย
สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องออกกำลังกายเอาเอง (จาก สสส.)
28 ก.ค. 55 09:28
64
 จนกระทั่งสุดท้ายแล้วผมก็มาคิดถึงแนวทางชีวจิต
ซึ่งตัวของผมได้เคยปฏิบัติมาครั้งหนึ่งแล้ว...
และในขณะนั้นอารมณ์นั้น  คิดได้แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ
แต่ผมก็ไม่ได้หวังว่าแนวทางนี้จะสามารถช่วยชีวิต
ของผมได้...ผมคิดแค่เพียงว่าจะขอปฏิบัติตามแนวทางนี้ให้ดีที่สุด
และได้แค่ไหน...ก็แค่นั้น และจะไม่คิดดิ้นรนในแนวทางอย่างอื่น


พอผมตัดสินใจแน่วแน่ในการปฏิบัติตัวตามแนวทางชีวจิตแล้ว
ผมก็เริ่มศึกษาอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง...ใจก็คิดว่าเอาละ...
เราจะตายในแนวทางนี้แหละ...สิ่งที่ผมสัมผัสได้อย่างหนึ่ง
ก็คือ...คนเราเมื่อเข้าใจถึงความตายและยอมตายแล้ว
รู้สึกว่าจิตใจก็เลิกวิตกกังวลเรื่องที่จะต้องตายอีกต่อไป
และความคิดนี้ก็มาตรงกับหลักการปฏิบัติตัวเข้าพอดี
และต่อจากนั้นผมก็เริ่มอ่านหนังสือบทความของท่าน 
อาจารย์ ดร.สาทิส อินทรกำแหง ตอนนั้นผมมีอยู่สี่เล่ม 
แรก ๆ ผมก็พยายามปฏิบัติตามหนังสือของท่านอาจารย์สาทิส 
แต่ก็เหมือนกับเคว้งคว้างจับทางไม่ค่อยถูก บังเอิญในหนังสืออาจารย์เล่มหนึ่ง
ได้พูดถึงการทำสมาธิ และให้กายกับจิตเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.... 
 ท่านอาจารย์สาทิสฯ ได้แนะนำให้ปฏิบัติตัวตามแนวทางชีวจิต
นี้ ด้วยใจรักที่จะปฏบัติ และทำด้วยจิตที่มีสมาธิ...


ก็เลยทำให้ผมต้องมาคิดว่าแล้วผมจะทำอย่างไรดีน๊อ
เพราะผมไม่มีความสามารถในเรื่องการทำสมาธิเลย....
 แต่ในห้วงแห่งทุกข์ ที่ผมต้องตกอยู่ในวิบากของชีวิต 
ยังไม่ถึงกับมืดหมดหนทางเสียทีเดียวเลย..ก็ยังพอมีแสงสว่าง
ที่ส่องนำทางให้ผมได้เดินไปได้บ้าง...บังเอิญวิถีทางที่เจอ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคดีหรือบุญเรายังพอมีก็ไม่ทราบได้...
จู่ ๆ ผมก็ได้หนังสือมาเล่มหนึ่งจากการอภินันทนาการจากนิตยสารชีวจิต...
ชื่อหนังสือว่า \"ตัวGOO- ของGOO\" เป็นหนังสือ
ธรรมะของท่านพุทธทาส...ในหนังสือมีอยู่หน้าหนึ่ง...
ท่านพุทธทาสได้กล่าวว่าก่อนที่จะศึกษาหรือปฏิบัติทุกเรื่องราวในชีวิต
ได้อย่างมีสตินั้น...คือการทำความรู้จักกับตัวเองก่อน...
โอ้อ่านครั้งแรกก็..งง..พอสมควรครับ...รออ่านต่อนะครับ ...
                                                                     
(125.27.197.65)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
31 ก.ค. 55 22:52 (แก้ไขครั้งล่าสุด 3 ส.ค. 55 22:08 แก้ไขทั้งสิ้น 1 ครั้ง)
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, Miss Key, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
65
สุดท้ายก็ต้องเริ่มนับหนึ่ง...โดยให้เริ่มปล่อยจิตให้ว่าง ปล่อยวางให้ได้ 
กวาดขยะในสมองออกให้หมดให้สมองนั้นต้องว่างเปล่าจริง ๆ ...
เมื่อสมองของเราว่างเปล่าแล้วท่านให้เราดูและให้รู้จักกับตัวเอง 
ให้ดูนิสัย..จิตใจ ให้ดูสิ่งที่เราชอบ..และสิ่งที่เราไม่ชอบ...
แล้วยอมรับทั้งในสิ่งที่เราชอบและไม่ชอบ...
ฝึกให้สามารถที่จะตำหนิตัวเองได้ในสิ่งที่ตัวเอง
ควรถูกตำหนิและยอมรับการตำหนิอย่างพอใจ...
และเมื่อเราฝึกการดูตัวเองได้แล้ว...ท่านบอกว่า
นั่นคืออาการรู้แจ้ง..คือรู้จากภายในกายและจิตของเราออกมา...
จะทำให้เราเกิดสติ และเมื่อสติมาปัญญาก็จะเกิดตามโดยอัตโนมัติ....
ตอนแรกเราก็เริ่มฝึกครั้งละห้านาที...พอวันต่อ ๆ ไป...
ก็เริ่มเพิ่มเวลาให้มากขึ้นทีละนิดจนกระทั่งจิตเรานิ่ง....
เราจะสามารถเข้าใจชีวิตของเราขึ้นมาอย่างถ่องแท้ทันทีครับ...แค่นี้ก่อนนะครับ
                                                                                        
(125.27.192.128)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
3 ส.ค. 55 22:15
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, Miss Key, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
66
มารออ่านต่อนะฮะ  อิ  อิ  

อิ  อิ  อยากลองทานน้ำหมักบ้าง  ใครจะมีให้ชิมบ้างนะ  เคยชิมแต่น้ำตาลหมัก  

คุณภูมิ  หายเหนื่อยแล้วรีบมาต่อนะฮะ  น้ำลายไหลแล้ว  มานอนรออยู่หน้าคอมตั้งนาน

...ตะวันฉาย...  

วิ่งไว้ก่อน
(115.67.97.75)
6 ส.ค. 55 20:35
67
เพิ่งสรุปงานจบ ทำเอาเครียดไป อาทิตย์เต็มๆ โดยเฉพาะอาทิตย์ที่ผ่านมา ตอนนี้โอเคแล้วค่ะ อิอิ 
เลยมาไล่อ่านกระทู้ อ่านกำลังเพลินเลยค่ะ  

พี่ฉาย น้องส้มมีน้ำหมัก แกลอนใหญ่ๆ อีก ปีถึงกินได้ แล้วจะฝากพี่ดาบไปให้ชิมน๊ะค่ะ  พี่หนุ่มดอยเต่าเมตตาให้ส้มมาค่ะ 

(125.24.252.172)
จงรักผู้อื่นเหมือนรักตัวเราเอง
8 ส.ค. 55 09:47
68
และเมื่อเพื่อนตะวันฉายผู้เข้าใจและมีน้ำใจ...กับเรา
แค่เอื้อนเอ่ยมา...เราหรือจะเยือกเย็นอยู่ได้กับน้ำใจและ
รวมไปถึงเพื่อนทุกท่านที่มีน้ำใจ และได้ให้ความรู้สึกดี ๆ ต่อกันครับ
เอาล่ะครับ...ขอฝากไว้ว่าจะทำอย่างไรก็ได้ (ใจเขา..ใจเรา..) 
แค่ขอ..ความกรุณาบอกกันสักคำแค่นั้นก็..เพียงพอแล้วครับ...

เมื่อเรารู้สึกว่าเราสงบนิ่งแล้ว...เราก็เริ่มหันมา
อ่านหนังสือของท่านอาจารย์ ดร.สาทิสฯ ทำให้
เรารู้สึกว่าเราจะเข้าใจเรื่องราวได้มากและดีขึ้น 
หลักของชีวจิตมีวิธีปฏิบัติเรื่องปัญจกิจอยู่ ประการด้วยกัน 
เรียกว่า เล็ก...คือ 
1. เรื่องกิน...กินอย่างไร 
2. เรื่องนอน...นอนอย่างไร 
3. เรื่องพักผ่อน...พักผ่อนอย่างไร 
4. เรื่องออกกำลังกาย...ออกกำลังกายอย่างไร 
5. เรื่องทำงาน...ทำงานอย่างไร
 
ผมคงไม่ลงลึกในรายละเอียดเพราะมีให้อ่านอยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้....
ผมขอย้อนไปนิดหนึ่งในช่วงที่ผมให้ เคมีบำบัดนั้นผมก็ได้เริ่มปฏิบัติ
ใช้แนวทางชีวจิตบ้างแล้วแต่ยังไม่ได้ทำเต็มที่ช่วงนั้นทำได้ยากมาก
เพราะผมต้องอยู่ใน ร.พ. และเมื่อผมมีเวลาและโอกาสปฏิบัติได้
ผมได้ใช้ชีวิตและเวลาทั้งหมดให้กับการศึกษาและปฏิบัติตัวตามแนวทางนี้....
ผมเริ่มที่การกินอาหาร...ช่วงนั้นผมมีปัญหาทั้งมะเร็งและทั้งตับแข็ง 
และไม่เห็นช่องทางที่จะรอดชีวิตได้...ก็ต้องมาดูว่าอาหารแบบไหน..
ชนิดใดที่ทำให้ระบบในร่างกายทำงานหนักขึ้น อาหารชนิดใด
ทำให้เกิดท็อกซินในร่างกายได้มาก...และอาหารชนิดใด
ที่ต้องทำให้ตับของเราทำงานหนักมากขึ้น...โอ้โฮผมต้อง
ระวังทุกกระเบียดนิ้วเลยครับ...ใจก็คิดว่า..เอาล่ะ...ผมก็เริ่มลงมือทันที...
(ในขณะที่ปฏิบัติตัวอยู่นี้อย่าได้นำหลักโภชนาการของ
แผนปัจจุบันเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาดครับ) เพราะว่า
อาหารของแนวทางชีวจิตนั้นมีคุณภาพสูงมาก...โดยท่าน
อาจารย์สาทิสฯ ได้บอกไว้ว่าชาวชีวจิตใช้อาหารเป็นยาครับ...
ไม่ได้กินยาเป็นอาหารครับผมก็ลองผิดลองถูก
อยู่ตลอดเวลาแต่เพราะผมได้ฝึกสติมาแล้วจึงได้ปฏิบัติ
ได้อย่างแน่วแน่ ด้วยความเชื่อมั่น ศรัทธา และทำจริง... 
ตามหลักต้องปฏิบัติตัวให้ได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ 
แต่ผมปฏบัติให้เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ไว้ก่อน... 


พูดถึงอาหาร...ผมต้องลงมือปรุงอาหารเอง
และต้องทำด้วยใจรักที่จะทำ...จนถึงทุกวันนี้อาหารก็ง่าย ๆ ครับ 
ก็คือผัดผักที่ปลอดสารพิษทุกชนิด....วิธีปรุงก็คือ
ใช้น้ำแทนน้ำมันผัด เติมเกลือนิดหน่อย แล้วก็ทานกับข้าวกล้อง...
และก็ต้มผักก็ปรุงแบบเดียวกันแรก ๆ ทานข้าวไป..น้ำตาก็ไหลไปครับ 
ในรายละเอียดเรื่องของอาหารมีอีกมากมายผมขอเล่าเท่านี้นะครับ
หากใครสนใจก็คุยกับผมได้ครับ เฉพาะผู้ที่ศรัทธาและทำอย่างจริงจัง
เพื่อต้องการสู้กับโรคมะเร็งและโรคอื่น ๆ นะครับ...รออ่านต่อนะครับ  
                                                                           
(182.52.189.33)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
8 ส.ค. 55 10:53
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, เงาะ, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
69
ขอบคุณมากฮะ  คุณ  ภูมิชีวิต  สำหรับบทความดี ๆ  ที่มีประโยชน์

จะรออ่านตอนต่อไปนะฮะ

  

ขอบคุณ  คุณส้มจี๊ด  จะรอชิมน้ำหมักของคุณส้มจี๊ดฮะ  ใจดีจริง 

  

...ตะวันฉาย...
วิ่งไว้ก่อน
(115.67.0.160)
9 ส.ค. 55 19:53
ความเห็นนี้ถูกใจ ภูมิชีวิต, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
70
**แวะมาอ่านอีกแล้วค่ะ...... ได้ยิน2ท่าน(คุณส้ม,คุณวิ่งไว้ก่อน)คุยกันเรื่องน้ำหมัก  อยากเล่าให้ฟังเมื่อก่อนดิฉันเองก็ไม่เชื่อและไม่กล้าทานอย่างมั่นใจแต่ก็ลองทานดูปรากฎว่าได้ผลแฮะ...เคยสอบถามคุณภูมิชีวิต ในแพทรันนิ่ง(เมื่อก่อนเรียกว่า..คุณลุงภูมิ..แต่ตอนนี้ไม่กล้าเรียกแล้วค่ะ..ดูๆ ไป คุณลุงภูมิยังหนุ่มๆ อยู่เลยก็เลยเปลี่ยนใจค่ะ เรียกคุณภูมิ ดีกว่า) คุณภูมิให้คำแนะนำหลายอย่างตอนนี้กล้าทานอย่างมั่นใจค่ะ... แต่อยากบอกคุณภูมิว่า..ตอนนี้กลับมาทานน้ำบอระเพ็ดแบบเพียวๆค่ะ...เพราะทานแบบผสมในความรู้สึกว่าจะมีอาการให้รู้สึกเคืองนิดๆ ก็เลยทดลองแบบเพียว ๆ แล้วดีขึ้น คิดว่าในระยะยาวคงจะไม่เป็นไรใช่ไหมค่ะ ดิฉันทานวันละ ครั้ง ก่อนอาหารเช้า ครั้งละประมาณ 1/3 แก้วน้ำนี่แหละค่ะ

**ถ้ามีโอกาส วาสนาได้เจอตัวจริงคุณวิ่งไว้ก่อน...จะเอามาฝากนะค่ะ(เออ..เราก็พูดไปเนอะ..ไม่รู้คุณวิ่งไว้ก่อนจะรับไหมนะ..เฮ้อ..พูดไปแล้ว...ทำไงได้  งั้นเราเอามาฝากน้องส้มดีกว่าเน๊าะ...เออ..ใช่ๆ...เดี๋ยวน้องส้มจะน้อยใจ..)

****ไม่โกรธนะค่ะ...ล้อเล่นหน่อยเดียว..
(1.1.162.161)
วิ่งวันละนิด จิตแจ่มใส
9 ส.ค. 55 21:05
71
ได้อ่านกระทู้ของ อ.suwimol แล้วก็ค่อนข้างรู้สึกเป็นห่วง
นิดหน่อยครับ...คือผมขออนุญาตเรียนตามตรงนะครับ
ผมอยากให้ อ.suwimol ช่วยทบทวนการดื่มน้ำหมักบอระเพ็ดแบบเพียว ๆ 
ใหม่อีกสักครั้งนะครับ  เพราะว่า  อย่างที่ผมเคยเรียนให้
อ.suwimol ทราบ  เมื่อครั้งที่ได้คุยกันว่า มีอาจารย์แพทย์
ที่คอยดูแลผมเวลาผมไป F/U ที่ ร.พ.ท่านได้บอกกับผมว่า
มีผลการวิจัยพบว่าสารขมในบอระเพ็ด และขี้เหล็ก 
หากรับประทานเพียว ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน
สามารถทำให้เป็นมะเร็งตับได้ครับ และสมุนไพร
อีกอย่างก็คือฟ้าทะลายโจรก็เช่นกันกินต่อเนื่องนาน ๆ 
แบบเพียว ๆ ไม่ได้ครับ...สมุนไพรมีคุณประโยชน์ 
แต่บางชนิดก็มีโทษอยู่ด้วยหากใช้อย่างไม่เข้าใจครับ...
ผมมีความเห็นว่าการดื่มแบบสูตรรวมกัน คือ 
สมอ..ลูกยอ..มะขามป้อม..บอระเพ็ด..อย่างนี้
น่าจะดีกว่านะครับ  เพราะ อ.suwimol จะได้คุณสมบัติทางยา
ของสมุนไพรหลายชนิด และช่วยทำให้ผลในการบำบัด
ได้กว้างขึ้นครับ  แต่ที่ อ.suwimol บอกว่ามีอาการเคืองนิด ๆ นั่น
หมายถึงอาการเสาะท้องใช่ไม๊ครับ...หากมีอาการนี้
ผมแนะนำว่าควรจะปรับวิธีการดื่มใหม่ คือ suwimol  
ต้องปรับการดื่มน้ำหมัก จากที่ดื่มก่อนอาหาร ให้เปลี่ยนมาเป็น
ดื่มหลังอาหารครับ เพราะว่าน้ำหมักที่ได้อายุแล้ว
จะมีกรดธรรมชาติค่อนข้างสูงครับ ดื่มแล้วเปรี้ยวได้ใจเลยครับ
อันนี้แหละครับถ้าดื่มก่อนอาหารจะทำให้เคืองกระเพาะอาหาร
เท่านั้นยังไม่พอจะทำให้อ้วนขึ้นด้วยครับ  
ถ้า อ.suwimol อยากจะผอมต้องดื่มหลังอาหารนะครับ
จะผสมน้ำผึ้งด้วยก็ได้ จะผสมเจือจางกับน้ำแล้วดื่มก็ได้ 
หรือจะเจือจางทำเป็นน้ำดื่มได้ทั้งวันก็ยังได้ครับ 
มีหลายรูปแบบในการดื่มที่จะทำให้ไม่รู้สึกเคือง 
หรือเสาะท้องครับ..ผมขอฝากไว้ให้
ช่วยพิจารณาด้วยนะครับ...ด้วยความห่วงใยครับผม
                                                              
(125.27.198.18)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
9 ส.ค. 55 21:56
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, เงาะ, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
72
**ขอบพระคุณค่ะ...คุณภูมิชีวิต  ที่กรุณาให้คำแนะนำอีกครั้งเข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันทานก่อนอาหารทำให้ทานข้าวเยอะมากจริงๆ รู้สึกจะอ้วนขึ้นด้วยหละ อาการเคืองที่เล่าไม่ใช่เคืองหรือเสาะท้องหรอกค่ะ  แต่จะเคืองที่คอตรงที่เป็นถุงน้ำไทรอยด์ เวลาเคืองจะหายใจลำบากค่ะ กลืนไม่สะดวก นอนก็หนุนหมอนไม่ได้ ถ้าหากว่าการดื่มน้ำหมักเพียวๆอาจมีผลในระยะยาว ดิฉันก็จะลองดื่มผสมน้ำผึ้งดีไหมค่ะ พอดีพี่สาวเอาน้ำผึ้งมาฝาก ขวด และจะทานหลังอาหารตามที่คุณภูมิแนะนำ อ้อลืมบอกไปว่าดิฉันไม่ได้ทานยาที่หมอให้มาเลยตั้งแต่ทานน้ำหมัก  ลองดูได้ผลอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังอีกนะค่ะ....ขอขอบพระคุณด้วยความเคารพค่ะ
(1.1.162.161)
วิ่งวันละนิด จิตแจ่มใส
9 ส.ค. 55 23:02
73
72

suwimol

ขอบพระคุณค่ะ...คุณภูมิชีวิต  ที่กรุณาให้คำแนะนำอีกครั้งเข้าใจแล้วค่ะ 

ด้วยความยินดีครับ...จากที่ผมมีประสบการณ์เรื่องไทรอยด์กับคนที่รู้จัก
และจากการที่ได้ดูรายการให้สัมภาษณ์ของผู้ที่มีปัญหาเรื่องไทรอยด์
ปรากฏว่าหลังจากที่ดื่มน้ำหมักเป็นประจำสามารถทำให้อาการของไทรอยด์
ทั้งสองชนิดค่อย ๆ ดีขึ้น และไม่ได้ใช้ยา เหมือนอย่างที่ อ.suwimol บอก
เช่นกันครับ...

แต่ทีนี้ผมมีแนวคิดที่อยากจะเรียนให้ อ.suwimol  ช่วยกรุณานำไป
ประกอบการตัดสินใจด้วย  หากทำได้  ผมว่าจะยิ่งทำให้อาการ
ที่เป็นอยู่นั้นค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอนครับ เพราะว่า อ.suwimol อาจจะคิดว่า
เราออกกำลังกายวิ่งอย่างเดียวแล้วจะสามารถสู้กับทุกโรคได้
สำหรับผมแล้ว ทุกอย่างต้องประกอบกันเป็นองค์รวมที่จะขับเคลื่อน
ระบบของ IMMUNE SYSTEM (ภูมิต้านทาน หรือภูมิชีวิต)ของร่างกายเรา
ให้สามารถปกป้องดูแลรักษาระบบภูมิต้านทานในร่างกายของเรา
ให้ต่อสู้ได้กับทุกโรคที่จะมาเยือนเรา  หรืออยู่กับเราแล้วได้...บังเอิญ
วันนี้ผมมีเวลาน้อยแล้วเดี๋ยวผมว่างจะมาคุยต่อนะครับ...
(182.52.187.235)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
12 ส.ค. 55 10:31
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, เงาะ, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
74
ขอบพระคุณค่ะ....คุณภูมิชีวิต  

ดิฉันอยากเล่าเรื่องอาการเจ็บป่วยของดิฉัน ให้คุณภูมิชีวิตฟังเพื่อใช้ประกอบคำแนะนำ 
จะเป็นการรบกวนมากเกินไปหรือเปล่าค่ะ เพราะดิฉันคิดเองว่า เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวพันกัน
และต้องขอภัยอย่างสูงถ้าหากเป็นการรบกวนเวลาของ...คุณภูมิชีวิต  


ด้วยความเคารพ
(1.1.171.80)
วิ่งวันละนิด จิตแจ่มใส
13 ส.ค. 55 23:38
75
74
suwimol
ขอบพระคุณค่ะ....คุณภูมิชีวิต  
 
ดิฉันอยากเล่าเรื่องอาการเจ็บป่วยของดิฉัน ให้คุณภูมิชีวิตฟังเพื่อใช้ประกอบคำแนะนำ 
 จะเป็นการรบกวนมากเกินไปหรือเปล่าค่ะ เพราะดิฉันคิดเองว่า เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวพันกัน
 และต้องขอภัยอย่างสูงถ้าหากเป็นการรบกวนเวลาของ...คุณภูมิชีวิต  
 

ด้วยความเคารพ



  เรียน อ.suwimol ครับ ผมรู้สึกดีใจมากครับ
ที่ อ.suwimol ให้ความสนใจกับแนวทางธรรมชาตินี้ครับ
และผมยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีกที่ให้เกียรติผมให้เป็นผู้แนะนำ
เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพครับ...ถ้าหากว่า อ.suwimol จะเล่าเรื่อง
เจ็บป่วยของตัวเอง...ผมอยากเสนอแนะว่าควรจะสนทนากันในลักษณะ
เป็นการส่วนตัวมากกว่าที่จะโพสต์ในบอร์ดครับน่าจะดีที่สุดครับ...
อาจจะเป็นการคุยกันทางโทรศัพท์ก็ได้ครับ สะดวกที่สุดครับ
ผมก็ขอฝากให้ อ.suwimol พิจารณาตามที่เห็นสมควรนะครับ

เรื่องเวลาของผมพร้อมที่จะสนทนากับ อ.suwimol เสมอครับ  กรุณา
อย่าคิดว่าเป็นการรบกวนผมเลยครับ  ถ้าหากผมสามารถมี
ส่วนช่วยให้ อ.suwimolได้แม้เพียงน้อยนิด เท่านี้ก็ทำให้ผมรู้สึก
ยินดีมีความสุขแล้วครับ..........
(125.27.207.229)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
14 ส.ค. 55 22:27
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, เงาะ, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
76
เรามาอ่านเรื่องราวของประสบการณ์ชีวิตกันต่อนะครับ

ต่อเนื่องจากกระทู้ที่ 68...
 ขอทำความเข้าใจนิดนึงนะครับเมนูอาหารที่เข้มข้นนี้
เป็นเพียงช่วงระยะเวลาของปีแรกที่เริ่มลงมือปฏิบัติอย่าง
จริงจังครับในระหว่างปรับสมดุลย์ของวิถีชีวิตในแนวทางใหม่ครับ...
นี่แหละครับที่ต้องทำอย่างมีสติ...หากไม่มีสติกำกับแล้ว
เราจะถูกเงื่อนไขต่าง ๆ นา ๆ พยายามที่จะพังทลายเข้ามา
ทำลายความตั้งใจจริงของเรา...เรื่องง่าย ๆ นี่แหละครับ
ทำได้ยากมากเลยครับ...แต่ถ้าทำได้เราก็สามารถที่จะยืนหยัด
มีชีวิตอยู่ได้ครับ...บางคนที่มาคุยกับผมพอกลับไปทำ ก็ทำไม่ได้...
มารำพันถึงเงื่อนไขมากมายให้ผมฟัง...บางคนก็ไม่นิ่งพยายาม
เสาะหาแนวทางจาก..หลายศาสตร์ หลายแขนง
หลาย ๆ คน เมื่อประสบกับปัญหาส่วนมากจะไม่ค่อยนิ่ง 
ยิ่งถ้าอาการหนัก ๆ หรือผ่านการให้เคมีมา 
อันนี้ยิ่งนิ่งยากครับ...  

โปรแกรมช่วงที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดก่อนอื่นก็ขอบอกไว้สักนิดว่า
หากว่าเราจะต้องต่อสู้กับโรคร้ายแล้วความที่มีศรัทธาและตั้งใจจริงเท่านั้น
จึงจะสามารถเห็นผลได้ หากคิดที่จะทำต้องตอบโจทย์ของตัวเองให้ได้ก่อนนะครับ...
และสิ่งสำคัญก็คือต้องทำความรู้จักและเข้าใจความตายให้ได้ 
และก็พร้อมที่จะตายอย่างยินดีครับ เรื่องของอารมณ์สำคัญมากครับ
หากเรามัวคิดอยู่เพียงกลัวตายหรือคิดแต่จะหนีความตาย
ถ้าเป็นอย่างนี้จิตใจจะไม่สงบครับ และเป็นอุปสรรคกับการปฏิบัติตัวครับ


ผมตื่นเช้าขึ้นมาตีห้าอันดับแรกผมก็ต้มน้ำ อาร์.ซี. ซึ่งมีส่วนประกอบ
โดยใช้ข้าวธัญพืช ชนิด เพื่อใช้ดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน....
เมื่อเตรียมเสร็จก็ไปออกกำลังกาย....ครั้งแรกก็เดิน...และก็เดิน...
โดยไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณของเทศบาลฯ
ช่วงนี้แหละครับเดินได้ไม่กี่ก้าวก็เหนื่อยแทบขาดใจ...
พอเห็นเพื่อน ๆ นักวิ่งหลาย ๆ คน วิ่งผ่านเราไป...
น้ำตาเราไหลลงมาทันทีเลยครับ...ก็แค่มีความรู้สึก
ตอนนั้นว่าอยากวิ่งได้ครับ...แต่แค่เราเดินก็แทบไม่ไหวแล้ว...
สุดท้ายผมก็กัดฟันอดทนพยายามเดินให้มากเท่าที่จะทำได้
พอเสร็จจากการออกกำลังกายก็กลับมาปรุงอาหารทานเวลา 8.00 น.


เสร็จจากอาหารเช้าก็ตามด้วยวิตามินหลาย ๆ ชนิด 
ต่อจากนั้นก็ทำดีท็อกซ์ พอทำดีท็อกซ์เสร็จ ก็ดื่มน้ำเอนไซม์...
ผมใช้ผักอยู่ ชนิด มาคั้นสลับกันดื่มคือ มะระจีน...แครอท...
และคื่นไช่หรือเซเลอรี่..(คื่นไช่ฝรั่ง) เพราะ ชนิดนี้จะเป็น
ประโยชน์กับตับของเรามาก...โดยดื่มครั้งละชนิดไม่ปะปนกัน...
คั้นเสร็จแล้วดื่มทันที เพราะเราต้องการเอ็นไซม์จากผักนั้น ๆ 
ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ เอนไซม์จะตาย และเอ็นไซม์นี่แหละเป็นยา...
เสร็จแล้วก็อบเซาน่า(อบสมุนไพร) ต่อ...ต่อจากนั้นก็ทานอาหารกลางวัน 
12.00 น.และระหว่างมื้ออาหารก็ดื่มน้ำเอนไซม์อีกครั้ง...
บ่ายสามโมงก็อาหารว่าง...และ 18.00 น.ก็อาหารเย็น...
ถึงเวลาเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่ม...ปฏิบัติตัวอย่างนี้เพียงเดือนเดียว
เท่านั้นจากสภาพที่แย่มากกลับดีขึ้นจนผมไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย...
แต่ต้องเชื่อเพราะทุกสิ่งเกิดกับตัวของผมเองครับ...แล้วความรู้สึกหนึ่ง
ก็วูบเข้ามาในใจว่า...โถ..แล้วเรามัวแต่ไปคิดไปทำอะไรอยู่...
ปล่อยจนอวัยวะถูกทำลายไปมากมาย...ไม่ว่าจะเป็นตับก็เป็น 
ตับแข็งไปแล้ว...ม้ามก็โต  กระเพาะอาหารก็เป็นแผลเจ็บอยู่
ตลอดเวลาหลังจากให้เคมีบำบัดก็เจ็บเรื่อยมา ไต ก็ไม่ดี และก็
ระบบต่าง ๆ ก็ไม่สมบูรณ์ และไม่สามารถเรียกคืนมาดังเดิมได้ครับ
แต่ก็ได้แต่บอกตัวเองว่าช่างเถอะแค่นี้ก็ดีแล้ว...เราก็ยังไม่ตายนี่นา...
เราก็ประคองชีวิตและลมหายใจของเราที่ยังมีอยู่ได้ให้นานที่สุด
เท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน พอคิดได้อย่างนั้น ต่อจากนั้นก็วางแนวทาง
การปฏิบัติตัวอย่างเข้มข้นจริงจัง...ชนิดที่คนอื่นมองแล้วว่าแปลกแยก
ไปเลยประมาณนั้นครับ....รออ่านต่อนะครับ
(182.52.184.34)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
16 ส.ค. 55 14:21
77
ต่อมาก็เป็นเรื่องของการพักผ่อน...การพักผ่อนนั้น
ไม่ใช่ว่าเป็นการไปเที่ยวตากอากาศ หรือไปดูหนังฟังเพลง...
นั่นไม่ใช่ความหมายของการพักผ่อนตามความหมาย
ของแนวทางชีวจิต...การพักผ่อนที่ดีคือ ให้ตัวเองได้พัก
ทั้งร่างกาย และจิตใจ ได้ในทุกขณะจิต ซึ่งไม่ใช่การ
ไปท่องเที่ยว หรือดูหนังฟังเพลง วิธีการพักผ่อนที่ดีที่สุด
คือการฝึกทำจิตให้เป็นสมาธิ อย่างที่ผมเกริ่นไว้แต่แรกว่า
การเริ่มทำสมาธิที่ดีที่สุดคือการฝึกดูตัวเอง ฝึกให้รู้จักตัวเอง 
ฝึกจนกระทั่งสามารถทำจิตว่างได้แล้ว นั่นแหละคำตอบ
ต่าง ๆ นา ๆ ก็จะเกิดขึ้นมาในจิตใจของเราเอง โดยที่เรา
ไม่ต้องไปดิ้นรนหาคำตอบที่ไหนเลย จิตใจของเราจะเริ่ม
ผ่อนคลายไม่ตึงเครียด พร้อมกันนั้นความสงบสุขนิ่งของ
จิตใจก็จะเริ่มเข้ามาครอบงำอยู่ในจิตใจของเรา จะทำให้เรา
เริ่มรู้ เริ่มเข้าใจ ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่าง ในวิถีชีวิตของเรา 
และเราจะเข้าใจในความเป็นไปของวิถีชีวิตของคนอื่น ๆ ด้วย
ไปในตัว จะมีความรู้สึกว่าเราสามารถจะเข้าใจในหลาย ๆ สิ่ง 
หลาย ๆ อย่างที่เราไม่เคยเข้าใจ...มาก่อนเลยได้อย่างน่าทึ่ง 
เมื่อเราทำได้แล้ว เรื่องของการคลายเครียด และเรื่องของการ
ผ่อนคลายตัวเอง หัดหายใจให้ถูกต้องจนกระทั่งว่าหายใจ
เฮือกเดียวทุกข์ร้อนและปัญหาทุกอย่างหายไปหมด...
และนั่นคือการพักผ่อนที่ถูกต้องอย่างแน่แท้ทีเดียว....
 

ต่อมาก็เรื่องของการนอน...ส่วนมากเราได้ถูกสอนกันมา
ตลอดเวลาว่า...การนอนต้องนอนให้ได้ ถึง ชั่วโมง 
เรามัวแต่คิดถึงเรื่องของเวลานอนเป็นเกณฑ์ แต่ไม่มีใครสอน
เลยว่า จะนอนกี่ชั่วโมงไม่สำคัญ...สำคัญตรงที่เมื่อนอนแล้ว
ต้องนอนให้หลับสนิท และหลับลึก ถ้าหลับสนิทและหลับลึก 
เรานอนแค่ – ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว และตื่นขึ้นมาเรา
ก็จะสดชื่น นั่นเพราะเราก็จะได้โกร๊ธฮอร์โมนซี่งเป็นยาวิเศษ
ในตัวเรา จะหลั่งออกมาตอนหลับสนิท ฉะนั้นหากเรานอน
ได้ ชั่วโมงแต่ไม่หลับสนิท ก็เสียเวลาเปล่าครับ...แค่นี้ก่อนครับ...   
(182.52.177.238)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
22 ส.ค. 55 21:17
78
รอต่อ..ค่ะ
(1.1.161.4)
วิ่งวันละนิด จิตแจ่มใส
24 ส.ค. 55 20:51
ความเห็นนี้ถูกใจ เงาะ, ภูมิชีวิต, พ่อมด ปากช่อง
79

เรียน คุณภูมิชีวิต

ดิฉันไม่ได้เข้ามาที่เวบฟอร์รันเนอร์นานมาก หรือเข้ามาก็อ่านนิดหน่อย เพราะงานยุ่งมากๆ วันนี้ดิฉันดีใจคะ ที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องราวของคุณ พอเิริ่มอ่านก็ไม่เปลี่ยนไปที่อื่นๆ เลย อ่านรวดเดียวจนถึงหน้าสุดท้ายเลยคะ ดิฉันชื่นชมคุณคะ คุณเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็ง เป็นนักสู้ เป็นนักปฎิบัติ เป็นคนที่มีระเบียบวินัยมากๆ เงาะจะรออ่านตอนต่อๆ ไปคะ 

ดิฉันดีใจคะ ที่ได้พบกับคุณที่งานวิ่งวัดวังขนายโดยบังเอิญ และหวังว่าคงจะได้สนทนากับคุณภูมิที่งานวิ่งอีกนะคะ
(171.99.3.189)
คิดดี พูดดี ทำดี
27 ส.ค. 55 00:51
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, ภูมิชีวิต, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
80



วันนี้พอกลับมาถึงที่พัก ก็รีบเปิดคอม เปิดเวบฟอร์รันเนอร์ เปิดหน้านี้ก่อนเลย แต่ไม่มีข่าวคืบหน้า
รออ่านอยู่คะ อย่างไรก็ตามขอเป็นกำลังใจให้สู้ๆ นะคะ
(171.99.1.196)
คิดดี พูดดี ทำดี
27 ส.ค. 55 21:16
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, ภูมิชีวิต, พ่อมด ปากช่อง
81
 มาแล้วครับคุณเงาะ...และ อ.suwimol ขออภัยที่ผม
ทำให้ต้องรอนานครับ



 เมื่อถึงเวลาที่ต้องนอน หลาย ๆ คน หรือเกือบทุกคน 
ไม่ค่อยสนใจว่าเราควรจะนอนแล้วนะ...และส่วนมาก
คิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เท่านั้นยังไม่พอตรงกันข้าม
กลับทำให้ประสาทสมองของตัวเองตื่นอยู่ตลอดแทนที่
สมองประสาทจะได้พักผ่อน  กลับต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา
กลับต้องมาทำงานต่อโดยที่ไม่ได้พัก...เมื่อประสาทสมองต้องการพัก
แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากเจ้าของประสาทสมองนั้น....
ภาระที่ร่างกายจะต้องถูกกระทบจากการที่ไม่ได้พักผ่อนนี้
ก็จะเริ่มสะสมขึ้นทีละน้อย....ทีละน้อย...ไม่ว่าจะเป็น
ความเครียดสะสม...ท็อกซิน (สารพิษ) ที่เกิดขึ้นจาก
ความเครียดโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า...ความเครียดได้ก่อตัว
เกิดขึ้นแล้วกับตัวเอง....เต็มไปด้วยท็อกซิน (สารพิษ)อยู่เต็มใบหน้า...บางท่าน
ก็เครียดจนเกิดผลกระทบกับร่างกายทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน...
แสบร้อนไปทั้งหน้าอก...บางท่านก็รู้สึกขมไปถึงบริเวณลำคอ...
และอีกหลาย ๆ อาการ ที่จะเกิดเป็นผลกระทบ...แต่สัญญานเตือน
เหล่านี้ก็คงไม่ได้สะกิดให้บางท่าน...รู้สึกถึงภัยที่อาจจะ
มาเยือนตัวเราเองได้ในอนาคต....

    
 
ถ้าพูดถึงสภาพชีวิตและจิตใจของผู้ที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง
และจะต้องเข้ารับการรักษาโดยการให้เคมีบำบัดนั้น
มันเป็นความรู้สึกที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส 
สำหรับกับผู้ที่ไม่ป่วยเป็นมะเร็งและไม่ได้เคยเข้ารับการ
ให้เคมีบำบัดคงยากที่จะสัมผัสและเข้าใจในความรู้สึกนี้ได้ 
แต่สำหรับตัวผมแล้วผมเข้าใจจิตใจของผู้ที่กำลังเป็นมะเร็ง
ได้เป็นอย่างดี ผมจึงมีความคิดที่อยากจะช่วยเหลือให้ผู้ที่
ต้องการที่จะใช้แนวทางนี้ครับ...แต่สำหรับกับผู้ที่ไม่มีปัญหา
กับสุขภาพนี้ หากท่านได้เข้ามาอ่านแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์
ก็นำไปหยิบยื่นให้ผู้ที่ต้องการจะดูแลรักษาตัวเองครับ 
แต่ถ้าหากบางท่านเห็นว่าไม่สำคัญอะไรบังเอิญเข้ามาอ่าน 
พออ่านแล้วก็ลืม ๆ ไปก็ได้ครับ...   

  สำหรับกับผู้ที่รู้ตัวเองว่าเป็นมะเร็งไม่ว่าระยะไหนก็ตาม 
สิ่งที่ต้องคิดให้ได้ก็คือเราจะรักษาตัวเราอย่างไรดี 
แต่ก็ยากสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ จากประสบการณ์
ที่ผมได้ผ่านการรักษาตัวตามแผนปัจจุบันมาทำให้ผม
เข้าใจอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้น แต่สิ่งที่ยากยิ่งนัก
คือการที่จะพูดหรือทำให้ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์
ให้สามารถเข้าใจได้....เพราะผู้ที่เริ่มเป็นมะเร็ง..
จะได้พบกับคำแนะนำจากผู้ที่หวังดีมากมาย 
จนบางครั้งไม่รู้ว่าจะเลือก หรือจะเริ่มตรงไหนดี....
สำหรับผมเองจึงได้เริ่มการปฏิบัติตัวโดยการ
ฝึกจิตของตัวเองให้นิ่งเป็นอันดับแรก....หากว่าเราคิด
ที่จะปฏิบัติตัวในแนวทางใดแล้ว สิ่งที่เราจะต้องสร้าง
ขึ้นมาก็คือศรัทธา หากไม่มีศรัทธาเราไม่สามารถจะ
ขับเคลื่อนสิ่งที่เราจะปฏิบัติไปได้ ฉะนั้นต้องเปิดใจ
ให้กว้างเพื่อรองรับกับสิ่งที่เราอาจจะคิดว่าขัดแย้ง
กับความรู้ที่เราเรียนหรือศึกษามาเพราะเรื่องนี้ค่อนข้าง
สำคัญมาก เคยมีผู้ที่ต้องตายไปอย่างน่าเสียดายทั้ง ๆ 
ที่เขามีหนทางรอดหรืออย่างน้อยก็ยืดอายุเขาได้และเขา
ไม่น่าจะตายเลย แต่เป็นเพราะความที่เป็นผู้ที่มีความรู้มาก
จึงมีความคิดที่เต็มไปด้วยเหตุผลและทฤษฎีตามที่
ตัวเองร่ำเรียนมาเท่านั้น....ต่อไปก็เป็นเรื่องการออกกำลังกาย 
และการทำงานครับ...แค่นี้ก่อนนะครับ..   
                                       
(125.27.201.99)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
28 ส.ค. 55 15:16
ความเห็นนี้ถูกใจ เงาะ, suwimol, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
82

เรียน คุณภูมิ

ดิฉันไม่ได้เป็นมะเร็งคะ แต่น้องที่ทำงานเค้าเป็น ดิฉันก็สงสารเค้าคะ
จึงได้นำเรื่องราวของคุณไปเล่าให้เค้าฟัง อย่างน้อยก็เพื่อให้เค้ามีกำลังสู้ต่อโรคนี้ต่อไปคะ 
ดิฉันจะรออ่านตอนต่อไปนะคะ และ่ส่งใจให้สู้ๆ ต่อไปคะ
(58.97.34.50)
คิดดี พูดดี ทำดี
28 ส.ค. 55 19:28
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, ภูมิชีวิต, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
83
มารอเป็นกำลังใจให้ฮะ  คุณภูมิ  และผู้ติดตามกระทู้นี้ทุก ๆ  ท่าน
ขอขอบคุณ  ในกุศลเจตนา  ฝากความห่วงใยมาถึงคุณภูมิชีวิต

...ตะวันฉาย...

วิ่งไว้ก่อน
(115.67.96.88)
29 ส.ค. 55 13:09
84
79
เงาะ
เรียน คุณภูมิชีวิต
 
ดิฉันไม่ได้เข้ามาที่เวบฟอร์รันเนอร์นานมาก หรือเข้ามาก็อ่านนิดหน่อย เพราะงานยุ่งมากๆ วันนี้ดิฉันดีใจคะ ที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องราวของคุณ พอเิริ่มอ่านก็ไม่เปลี่ยนไปที่อื่นๆ เลย อ่านรวดเดียวจนถึงหน้าสุดท้ายเลยคะ ดิฉันชื่นชมคุณคะ คุณเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็ง เป็นนักสู้ เป็นนักปฎิบัติ เป็นคนที่มีระเบียบวินัยมากๆ เงาะจะรออ่านตอนต่อๆ ไปคะ

 ดิฉันดีใจคะ ที่ได้พบกับคุณที่งานวิ่งวัดวังขนายโดยบังเอิญ และหวังว่าคงจะได้สนทนากับคุณภูมิที่งานวิ่งอีกนะคะ 


  ผมดีใจครับที่คุณเงาะ ให้ความสนใจเรื่องราวของสุขภาพครับ
ความจริงผมเป็นคนที่ตรงกันข้ามกับที่คุณเงาะบอกครับ
แต่บังเอิญเรื่องนี้ต้องขอขอบคุณโรคมะเร็งร้าย และตับแข็ง
ที่ทำให้ผมต้องพบกับความตายที่จะมาเยือน...ก็เลยทำให้ผมได้รู้จัก
ตัวตนของผมดีมากยิ่งขึ้นครับ และทำให้ผมกลายมาเป็น
ผู้ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพจนสามารถยืดอายุจากความตายมาได้ครับ...

ผมติดตามข่าวคราวการวิ่งของคุณเงาะโดยเฉพาะทริปการเดินทาง
ไปวิ่งที่วิบาก..แต่คุณเงาะก็เดินทางไปวิ่งอย่างตั้งใจจริง...นับถือครับ
                                                                                    
(125.27.202.15)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
30 ส.ค. 55 14:00
ความเห็นนี้ถูกใจ Tik_copy, เงาะ, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
85
82
เงาะ
(58.97.34.50)
 เรียน คุณภูมิ
 
ดิฉันไม่ได้เป็นมะเร็งคะ แต่น้องที่ทำงานเค้าเป็น ดิฉันก็สงสารเค้าคะ
 จึงได้นำเรื่องราวของคุณไปเล่าให้เค้าฟัง อย่างน้อยก็เพื่อให้เค้ามีกำลังสู้ต่อโรคนี้ต่อไปคะ 
 ดิฉันจะรออ่านตอนต่อไปนะคะ และ่ส่งใจให้สู้ๆ ต่อไปคะ


  การต่อสู้กับมะเร็ง...ใจเย็นไม่ได้...รอไม่ได้
ต้องรู้และคิดให้ไวกว่า...อย่ามัวสติแตก...ไม่งั้นจะพา
ไปสู่ภาวะวิกฤติได้ เมื่อถึงจุดวิกฤตินั้นแล้ว...ยังไงก็แก้ไขไม่ได้ครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ
(125.27.202.15)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
30 ส.ค. 55 14:09
ความเห็นนี้ถูกใจ Tik_copy, เงาะ, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
86
83
วิ่งไว้ก่อน
(115.67.96.88)
 มารอเป็นกำลังใจให้ฮะ  คุณภูมิ  และผู้ติดตามกระทู้นี้ทุก ๆ  ท่าน
 ขอขอบคุณ  ในกุศลเจตนา  ฝากความห่วงใยมาถึงคุณภูมิชีวิต
 
...ตะวันฉาย...


   ขอบคุณมากครับ...ผมก็ได้กำลังใจจากคุณตะวันฉาย
นี่แหละครับชะโลมจิตใจได้เรื่อยมาเลยครับ...แม้หนาวก็อบอุ่น
แม้ร้อนก็เย็นสบาย...หาคนที่มีน้ำใจดี ๆ อย่างนี้ไม่ง่ายนักครับ
                                                                        
(125.27.202.15)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
30 ส.ค. 55 14:17
ความเห็นนี้ถูกใจ Tik_copy, เงาะ, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
87
 มาอ่านกันต่อครับ..

ส่วนเรื่องการออกกำลังกายอย่างที่ผมได้เคยกล่าวไว้ข้างต้น
สำหรับตัวผมก็เริ่มจากเดิน...เดินเร็ว...และค่อย ๆ วิ่ง...
จนกระทั่งวิ่งได้ปกติ..โดยแต่ละขั้นตอนจากเดินมาวิ่งผมต้อง
ใช้เวลามากมายพอสมควรครับแต่ขอไม่ลงในรายละเอียดนะครับ
การออกกำลังกายของเราก็ใช้วิธีออกกำลังกายแบบไหนก็ได้ 
โดยออกกำลังให้ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป ให้ถึง พีค (PEAK) 
คือให้หอบเหนื่อย เหงื่อออกโทรมกาย โดยให้จับชีพจรให้เต้น 
100 ถึง 120 ครั้งต่อนาที ถือว่าใช้ได้ และร่างกายก็จะได้รับ
โกร๊ธฮอร์โมน (GROWTH HORMONE) จากต่อมพิทูอิทารีในสมอง
ซึ่งเป็นฮอร์โมนออกมาเพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้ภูมิชีวิต
ทำงาน โกร๊ธฮอร์โมนนี้ เป็นตัวควบคุมความเจริญเติบโตของ
ร่างกายตั้งแต่เราเกิดมา แต่พอเราเจริญเติบโตเต็มที่ประมาณ
อายุ 20-25 ฮอร์โมนตัวนี้ก็จะหลั่งน้อยลง หรือบางคนไม่หลั่งเลย
เราจะสังเกตุความแก่ของคนเราจะเริ่มขึ้นก็ตอนเลยวัยนี้ขึ้นมา
บางคนพออายุ 50 ปี ฮอร์โมนตัวนี้ไม่ได้ถูกกระตุ้นให้หลั่งเลย
ก็ทำให้ดูแก่หง่อมไปเลยครับ  ฉะนั้นการเป็นนักวิ่งจึงเป็นโอกาสที่ดี
ในการออกกำลังกายที่สามารถจะไปกระตุ้นให้โกร๊ธฮอร์โมน
หลั่งออกมาได้...นักวิ่งจึงได้คงความเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ได้นานยังไงล่ะ..

และนี่คือเคล็ดลับในการที่จะทำให้ โกร๊ธฮอร์โมน หลั่งได้อีกครับ

1.เมื่อเรานอนหลับสนิทและหลับลึกโดยไม่ฝันเลย
2.เมื่อเรามีสมาธิที่แน่วแน่
3.เมื่อเราออกกำลังกายจนถึง PEAK 
4.เมื่อเกิด  TRAUMA  นั่นคืออาการเจ็บหนักจวนจะตาย
(ข้อมูลของโกร๊ธฮอร์โมนจากบทความของ ดร.สาทิส อินทรกำแหง) ....... 
                                                                                  
(125.27.202.15)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
30 ส.ค. 55 15:02 (แก้ไขครั้งล่าสุด 30 ส.ค. 55 15:12 แก้ไขทั้งสิ้น 1 ครั้ง)
ความเห็นนี้ถูกใจ Tik_copy, suwimol, เงาะ, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
88
สวัสดีค่ะคุณภูมิช่วงนี้งานยุ่ง ๆ หน่อยค่ะ ....แต่ก็เข้ามาอ่านและเป็นกำลังใจให้ตลอดนะค่ะ....ติ๊กเข้ามาอ่านเรื่องของคุณภูมิทีไร....มันทำให้ติ๊กรู้สึกมีกำลังใจที่ได้ดูแลตัวเองถึงแม้จะยังทำไม่ได้เท่าคุณภูมิ.....แต่ติ๊กก็จะพยามพัฒนาให้ตัวเองดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ 
(1.2.133.118)
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
30 ส.ค. 55 15:49
89
88
Tik_copy
(1.2.133.118)
 สวัสดีค่ะคุณภูมิช่วงนี้งานยุ่ง ๆ หน่อยค่ะ ....แต่ก็เข้ามาอ่านและเป็นกำลังใจให้ตลอดนะค่ะ....ติ๊กเข้ามาอ่านเรื่องของคุณภูมิทีไร....มันทำให้ติ๊กรู้สึกมีกำลังใจที่ได้ดูแลตัวเองถึงแม้จะยังทำไม่ได้เท่าคุณภูมิ.....แต่ติ๊กก็จะพยามพัฒนาให้ตัวเองดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ 

 สวัสดีครับคุณติ๊ก ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
ผมดีใจที่คุณติ๊กใส่ใจดูแลสุขภาพ  การป้องกันย่อม
ดีกว่าการแก้ไขแน่นอนครับ เพราะการแก้ไขนั้น
ไม่แน่นักว่าจะสำเร็จเสมอไปครับ...สำหรับกับ
เรื่องของการทำงาน ผมกำลังจะพูดถึงเรื่องของ
การทำงานอยู่พอดีครับ ผมก็ขอถือโอกาสพูดเรื่องของการทำงานเลยนะครับ...

  ไม่ว่าจะมี..งานยุ่ง...งานมาก...งานหนัก..จนกระทั่ง
ไม่สามารถจะขยับไปไหนได้...ไม่เป็นไรครับ...แต่สิ่งหนึ่ง
ที่ต้องทำให้ได้และทำให้พอดีก็คือต้องทำงานอย่างมีความสุข...ผมพูดแล้ว
บางท่านอาจจะมองว่าขัด ๆ กับความรู้สึกบ้าง...แนวทางของชีวจิต
มีวิธีคิดที่เป็นบวกเสมอ  คนเราก็มีอยู่สองอารมณ์เท่านั้น 
คือ ชอบ...กับ..ไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบเราก็อาละวาด
ถ้าชอบเราก็เก็บไว้ยิ้มแย้มแจ่มใส หรือไม่ก็ยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว
ฉะนั้น ชีวจิต ก็คือร่างกายและจิตใจ จุดประสงค์ของชีวจิตคือ
ความสุขสมบูรณ์ทั้งกายและใจ และเมื่อต้องทำงาน ทำอย่างไรเราจึงจะมี
ความสุขกับการทำงานได้  วิธีคิดที่ง่ายที่สุดก็คือทำให้ตัวเอง
มีความสุขกับการทำงานให้ได้เป็นอะไรที่ง่าย ๆ แต่ทำได้ยากพอสมควรครับ
แต่หากว่าเราทำได้  ก็สามารถจะได้รับประโยชน์อย่างมากมาย
เพราะว่าเรื่องของอารมณ์สำคัญมากครับหากอารมณ์เป็นลบ 
ระบบในร่างกายก็จะสร้างท็อกซินขึ้นมาเองทันทีโดยไม่ต้องไปรับ 
ท็อกซินมาจากที่ไหนเลยอ่ะครับ...
(125.27.202.15)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
30 ส.ค. 55 17:26
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, เงาะ, Tik_copy, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
90


ขอบคุณคะคุณภูมิ ติดตามเข้ามาอ่านคะ และรออ่านตอนต่อไปคะ
มาถึง ณ จุดนี้ ดิฉันอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างซิวๆ ไม่วุ่นวาย
มีความสุขกับปัจจุบันให้ได้ พยายามไม่เครียดคะ แต่มันก็ยากเหมือนกันคะ

อย่างไรก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้คุณภูมินะคะ
(58.97.34.50)
คิดดี พูดดี ทำดี
30 ส.ค. 55 19:39
ความเห็นนี้ถูกใจ ภูมิชีวิต, Miss Key

กฎระเบียบการใช้เว็บ forrunnersmag.com

  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่มีลักษณะก้าวล่วงหรือหมิ่นเหม่ต่อการก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่เสื่อมเสีย
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หยาบคาย ลามก อนาจาร หรือก้าวร้าวเกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามใช้ข้อความที่มีเจตนากล่าวหา ว่าร้ายบุคคลอื่น โดยไม่มีหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิง
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่พาดพิงเรื่องการเมือง
  • ห้ามแสดงเจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น บุคคลอื่น
  • ห้ามใช้นามแฝงที่มีความหมายหยาบคาย ลามก หรือชวนให้เข้าใจว่าเป็นบุคคลอื่น
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย
  • ยอมให้ลงประกาศซื้อขายในกรณีที่เป็นการซื้อขายมือสองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าในลักษณะที่เป็นการค้าขายเชิงธุรกิจ
วิธีใช้รหัสบีบี

ความคิดเห็น

รหัสยืนยัน

โปรดใส่อักขระที่ปรากฏในรูปนี้

โดย


พื้นที่โฆษณา