When you win, say nothing. When you lose, say less.
Paul Brown
American football coach

จากเส้นทางชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ..สู่เส้นทางสายมะเร็ง..ถึงแนวทางชีวจิต - เว็บบอร์ดฟอร์รันเนอร์

F009073
จากเส้นทางชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ..สู่เส้นทางสายมะเร็ง..ถึงแนวทางชีวจิต
วิถีชีวิตของคนเราส่วนมากเมื่อครั้งยังเยาว์วัยก็จะเป็น
ไปตามแนวโน้มของสังคมในครอบครัวและเรื่องวิถีชีวิตส่วนใหญ่ 
 ที่สำคัญในครอบครัวก็คือเรื่องกิน ส่วนมากกำหนดโดยหัวหน้าครอบครัว
หรือแม่บ้าน และเมื่อเติบโตเข้าสู่วัยทำงาน ก็จะมีสังคมในการดำเนินชีวิต
ที่เปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่งซึ่งวิถีชีวิตก็อาจจะเปลี่ยนแปลง
ไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง  ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะมีวิถีชีวิตแบบไหน
หรือชอบใช้วิถีชีวิตแบบไหน แตกต่างกันไปหลากหลาย....  
หลาย ๆ สิ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย..และหลาย ๆ สิ่ง ไม่ใช่เรื่องยาก.... 
เพียงแต่...ความคิดของคนเรา บางท่านมีความคิดที่เต็มไปด้วยอัตตา 
และบางท่านก็มีความคิดที่เต็มไปด้วยเหตุผลและหลักการ(ของตัวเอง)
ที่ค่อนข้างจะปิด เป็นที่ตั้ง....ส่วนบางท่านก็เปิดกว้างที่จะฟังและเข้าใจ
สุดแท้แต่ละท่านจะมีความคิดเป็นแบบไหน ส่วนมากก็จะยึดติด
อยู่ที่ความ  อยากได้   อยากมี   และอยากเป็น 

 แต่สำหรับกับความคิดที่เป็นไปเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพ 
จะต้องเป็นความคิดที่สร้างสรรค์ อย่างเข้าใจผู้อื่นและ
พร้อมที่จะรับฟังทุกเหตุผลผู้อื่น ด้วยจิตเมตตา และให้อภัย 
เหล่านี้ใช้กับการดูแลสุขภาพเป็นความคิดที่อิงอยู่กับธรรมะ 
หรือธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากความคิดที่กล่าวข้างต้น...
....
31
น่าจะใช่เพราะพี่ชายคนโตขึ้นกับสันติอโศก
sorayut.s@.hotmail.com
(110.168.21.185)
5 ก.ค. 55 11:26
ความเห็นนี้ถูกใจ พ่อมด ปากช่อง
32
29
sorayut.s.@.hotmail.com
(110.168.21.185) คุณภูมิชีวิต ผมอ่านที่คุณภูมิ เขียนบอก ได้ประโยชน์กับทุกๆ ท่านมาก แต่.สิ่งหนึ่งที่ผมอยากทราบคือคนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย มักจะเสียชีวิตเกือบ 100% แต่ยังมีบางท่านที่หันไปทานสมุนไพร พร้อมปฎิบัติตัวอย่างดีกับรอดก็มี บางท่านก็รอดเพราะเคมีบำบัด อยากทราบคือเชื้อโรคมะเร็งที่เข้าในร่างกายจริงๆ มาจากอะไร....? อาหารที่กินมีผลแค่ใหน และอาการที่เป็นมะเร็ง มีอาการแบบใหนต้องการทราบลักษณะอาการเริ่มแรก เพื่อนผมเป็นโรคมะเร็งเกือบ 20 ท่าน ผมจะได้นำสิ่งดีๆ ไปบอกเพื่อน จะได้ช่วยชีวิตของเพื่อนมนุษย์ได้นะครับ ขอบคุณมากครับ 

 ท่านอาจารย์ ดร.สาทิส อินทรกำแหง 
ท่านได้เขียนไว้ในบทความของท่านเกี่ยวกับ
โรคที่เป็นโรค และโรคที่ไม่ใช่โรค โรคที่เป็นโรค คือโรคที่มี
เชื้อโรค และเชื้อโรคเหล่านี้เข้ามาอยู่ในตัวเราและทำให้เราป่วยได้
เช่นเชื้อแบคทีเรีย..ไวรัส..เชื้อรา..โปรโตซัว..และโรคที่มาจากพยาธิ

ส่วนโรคที่ไม่ใช่โรค(ไม่มีเชื้อโรค)ก็เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดัน  ฯลฯ เหล่านี้
อะไรเป็นเชื้อโรค...และมะเร็งไม่ใช่โรคแต่มะเร็งคือตัวเราเอง...ผมคงพูด
ในรูปแบบที่ไม่เป็นวิชาการนะครับ...เพราะถ้าเป็นหลักวิชาการคงต้อง
พบปะพูดคุยกับท่านอาจารย์ หรือว่าอ่านบทความของท่านอาจารย์ก็
จะสามารถเข้าใจได้โดยละเอียดนะครับ ..แต่ผมจะพูดรวมกว้าง ๆ ว่ามะเร็ง
เกิดจากวิถีชีวิตประจำวันของเราเองนี่แหละครับ...เช่นการกินผิด ๆ การทำให้
ร่างกายได้รับท็อกซิน(สารพิษ)ตลอดเวลา...และการสร้างท็อกซินขึ้นเอง
ด้วยตัวของเราโดยความเครียดที่เกิดขึ้นกับเรา..ทำให้ระบบในร่างกาย
ของเราสร้างท็อกซินได้เองโดยที่ไม่ต้องกินอาหาร หรือรับสารพิษจากที่ใด
บางคนเครียดเสียจน ปวดหลัง ปวดคอ  ปวดไหล่  และปวดท้อง
เพราะกรดไหลย้อน ก็ยังไม่รู้ตัวเองเลยครับว่าตัวเองเครียดสะสมอ่ะครับ...
และสุดท้ายจนกระทั่งภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สามารถจะปกป้องร่างกายได้
จึงทำให้เซลล์ในร่างกายเปลี่ยนไปจากดีก็เป็นร้ายครับ..เพราะฉนั้น
มะเร็งก็คือก้อนเนื้อหรือกลุ่มเซลล์ที่ผิดปกติ...นี้จะเจริญเติบโต
ไปทั่วร่างกายได้อย่างอิสระ และจะไปทำลายเซลล์ปกติอื่น ๆ 
รวมทั้งอวัยวะและระบบที่สำคัญของร่างกายทำงานไม่ได้สุดท้ายเราก็ตาย....ครับ


 ไม่ง่ายนักว่าเราจะสามารถทราบอาการล่วงหน้าของมะเร็งได้ครับ
เพราะมะเร็งบางอย่างตรวจก็ยากจะพยากรณ์โรคได้นะครับ
แต่วิธีการที่ดีก็คือหมั่นตรวจบ่อย ๆ อ่ะครับ...ส่วนวิธีที่จะสังเกตุตัว
เองก็พอมีบ้างครับแต่ไม่สามารถจะบอกได้เสมอไปครับ...หมั่นสังเกตุ
ความผิดปกติของร่างกายของเราเองให้ดีนะครับ...ผมเชื่อว่าร่างกายของเรา
จะเตือนให้เรารู้แน่นอนครับเมื่อมีสิ่งผิดปกติ...เช่นมีไข้รุม ๆ อย่างไร้สาเหตุ
เป็นประจำ...ท้องผูกเป็นประจำ...หรือถ่ายออกมามีเลือดปนอยู่ด้วย...
เหตุปัจจัยเหล่านี้สามารถมีส่วนในองค์ประกอบของการป่วยทั้งสิ้นครับ
แต่ร้อยทั้งร้อยครับ...ผมว่าเคยใส่ใจดูแลสุขภาพกันอย่างจริงจังหรือเปล่า...
นั่นแหละครับที่สำคัญที่สุดครับ...
                                          
(125.27.196.186)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
5 ก.ค. 55 15:36
33
 และนี่คือรายชื่อยาเคมีที่ใช้ในการรักษาผมครับ
 1. Mabthera 500 Mg Drip ขวดนี้ราคา 81,120 บาท 
2. Vincristin 20 Mg iv 
3. Endoxan 500 Mg iv 
4. Endoxan 200 Mg iv 
5. Adriamycin 50 Mg iv 
6. Adriamycin 20 Mg iv 
7. Prednisolone 100 Tab ให้ทาน 5x4 เวลา 
8. Zofran Zydis Mg Tab 
วางบนลิ้นเวลาคลื่นไส้ (ราคาเม็ดละ 480 บาท) 
ค่ารักษาในการให้คีโมแต่ละครั้ง 
คอร์สประมาณ 100,000 กว่าบาท 
และต้องให้คีโมถึง คอร์ส

โอเค.เรามาฟังกันต่อนะครับ......
และในช่วงที่ผมกำลังสลดหดหู่ใจอยู่นั้น 
อาการแพ้คีโมคือคลื่นไส้อาเจียนร่วมกับ
ท้องเสียก็มีอยู่ตลอดเวลา ผมอาเจียนจดหมดแรง
เดินไม่ไหวก็ฟุบอยู่ข้าง ๆ เตียงคนไข้นั่นแหละ....
 หลังจากนั้นอาการยิ่งหนักขึ้นและถ็ถึง
กำหนดเวลาที่ต้องไปรับเคมีบำบัดชุดที่ 
พอพบอาจารย์แพทย์เห็นสภาพจึงสั่งหยุดการให้เคมีบำบัด 
และส่งตัวไปรักษาต่อที่ GI Med. การรักษาของแพทย์ GI Med. 
หลังหยุดเคมีบำบัด 
---ผลกระทบจากการให้เคมีบำบัด น้ำหนักลดลง 13 กก. 
---ผมร่วงศีรษะโล้น ผิวหนังแห้งดำเกรียม 
---เล็บดำและหลุด ซีดเหลือง 
---ผลเลือด SGOT,SGPT >600 ,WBC (เม็ดเลือดขาว) 1000 
---ผล Ultrasound ตับ พบตับแข็ง (Cirrhosis of Liver) 
---พบอาการท้องบวมโต Ascitis 
เหมือนคนท้อง 6-7 เดือน และอาการอื่น ๆ อีกด้วย 

 การรักษาของแพทย์ GI Med. หลังหยุดเคมีบำบัด 
@ยาบำรุงตับ Hapacap 1x2 
@Lamivir ยาควบคุมไวรัส 
@Lasix 40 Mg 1x1 ยาขับปัสสาวะ 
@Alldactone 100 Mg หรือ Hyles 1x1 ลดบวม 
หลังทานยา เดือน ปรากฏว่านมที่หน้าอกผมโต
ตั้งเต้าไซค์ขนาดใข่ดาวอ่ะนะ เลยตกใจมาก
ผมนึกว่าเป็นก้อนมะเร็ง รีบพบแพทย์ปรากฏว่า
เป็นเพราะยา ก็ต้องเปลี่ยนยาจาก Hyles เป็นยา 
Moduratic 1x1 แทน...  

 การดำเนินของโรคในระยะต่อมาประมาณ เดือน 
มะเร็งไม่ได้กลัวเคมีบำบัดเลยแม้แต่น้อย....
โดยมะเร็งกลับมาหาเราอีกครั้งและกลับมาที่เดิม
คือมีก้อนที่คอ ณ จุดเดิมเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2548 
อาจารย์แพทย์บอกว่ามันมาอีกแล้ว....  การรักษา
ก็ต้องให้เคมีบำบัดอีก...โอ๊ยย...เฮ่อออ..
                                                
(182.52.182.227)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
9 ก.ค. 55 20:35
34
คุณภูมิชีวิต ผมคิดว่าผู้ที่ต้องการรู้รายละเอียด แบบนี้มีมาก ผมคนหนึ่งที่ต้องการรู้ ขอให้คุณภูมิชีวิต พูดถึงรายละเอียดให้มากๆ นะครับ ขอบคุณมากครับ
sorayut.s@.hotmail.com
(124.121.65.26)
10 ก.ค. 55 07:55
ความเห็นนี้ถูกใจ Tik_copy, จอย101, พ่อมด ปากช่อง
35
sorayut.s@.hotmail.com
(124.121.65.26) คุณภูมิชีวิต ผมคิดว่าผู้ที่ต้องการรู้รายละเอียด แบบนี้มีมาก ผมคนหนึ่งที่ต้องการรู้ ขอให้คุณภูมิชีวิต พูดถึงรายละเอียดให้มากๆ นะครับ ขอบคุณมากครับ 

ยินดีครับ..คุณsorayut.s@.hotmail.com
ก็อย่างที่ผมได้กล่าวไว้แล้วว่า...ประสบการณ์ของผม
จะมีประโยชน์และมีค่ามากสำหรับผู้ที่ต้องประสบปัญหา
อย่างผม...ซึ่งทุกคนสามารถรับรู้ได้เพื่อเป็นแนวทาง
ในการระวังป้องกัน...และที่สำคัญคือรู้ทันมะเร็ง..
และโรคอื่น ๆ ผมอยากให้ทุก ๆ คน  พึงระลึกเสมอว่า 
ทุกคนมีสิทธิ์เป็นมะเร็งได้ทั้งนั้น  แม้กระทั่งผูที่คิดว่าตัวเองแกร่ง..
วิ่งมาราธอนมานับไม่ถ้วน  ก็สามารถเป็นมะเร็งได้ครับ...
เพราะเมื่อใดที่เราคิดว่าเราแข็งแรง..ส่วนใหญ่ก็อาจจะ
มองข้ามเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดท็อกซินเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายครับ
แต่โอกาสที่จะเป็นมะเร็งอาจจะน้อยกว่าผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายครับ
ผมคงไม่ยกตัวอย่างมาให้ทราบเพราะต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวครับ
                                                                                      
(182.52.182.227)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
10 ก.ค. 55 10:46
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101, พ่อมด ปากช่อง
36
....ขอเขียนกลอนประกอบ ซักหน่อยฮับ 

โอ้ชีวิต คิดไป เศร้าใจนัก
พึ่งประจักษ์ ต่อเมื่อ เกือบจะสาย
โชคดีพบ \"ชีวจิต\" ก่อนวางวาย
เดี๋ยวนี้ลุง สบาย วิ่งทุกวัน

(พี่ภูมิฮับ จะไปวิ่งพัทยาอะเป่า 
ถ้าไปจะลงระยะอะไร
...ผมจะขอกอด ซักที...อิอิ)
สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องออกกำลังกายเอาเอง (จาก สสส.)
11 ก.ค. 55 05:06
37
คุณภูมิค่ะ...ติ๊กขอถามหน่อยค่ะว่า...ทำไมคนที่ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป...เวลาไปตรวจสุขภาพเจอว่าตัวเองเป็นมะเร็งแล้ว....อยู่ได้ไม่นานก็เสียชีวิตอย่างรวดเร็วทั้ง ๆ ตอนมีชีวิตอยู่เห็นสนุกสนาน...กินแบบมีความสุขเที่ยวแบบมีความสุข...อันนี้ติ๊กเห็นได้จากคนรอบข้างค่ะ 

คุณเสนีย์ค่ะ   ไปพัทยาอาทิตย์นี้ก็คงจะเจอกันนะค่ะ
แล้วติ๊กจะทราบได้อย่างไรค่ะถ้าคุณภูมิไปพัทยาเพราะไม่เคยเห็นตัวจริงนะค่ะ
(1.2.158.206)
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
11 ก.ค. 55 07:19
38
37
Tik_copy

คุณภูมิค่ะ...ติ๊กขอถามหน่อยค่ะว่า...ทำไมคนที่ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป...เวลาไปตรวจสุขภาพเจอว่าตัวเองเป็นมะเร็งแล้ว....อยู่ได้ไม่นานก็เสียชีวิตอย่างรวดเร็วทั้ง ๆ ตอนมีชีวิตอยู่เห็นสนุกสนาน...กินแบบมีความสุขเที่ยวแบบมีความสุข...อันนี้ติ๊กเห็นได้จากคนรอบข้างค่ะ 

คุณเสนีย์ค่ะ   ไปพัทยาอาทิตย์นี้ก็คงจะเจอกันนะค่ะ
แล้วติ๊กจะทราบได้อย่างไรค่ะถ้าคุณภูมิไปพัทยาเพราะไม่เคยเห็นตัวจริงนะค่ะ


ตอบว่า...อย่างที่ผมเคยได้คุยไว้แล้วว่า...ทุกคนมีสิทธิ์
เป็นมะเร็งด้วยกันทั้งนั้นครับ...และก็เวลาที่มะเร็ง
เริ่มก่อตัวขึ้นนั้น  และยิ่งมะเร็งบางอย่างเจ้าตัว
ไม่มีสิทธิ์ที่จะทราบได้เลยครับและยิ่งบางคน
ที่มีภูมิต้านทานดี ๆ ก็ยิ่งไม่รู้สึกอะไรเลยครับ
ส่วนเซลล์มะเร็งนั้นเมื่อมีเหตุปัจจัยที่ทำให้ขยายตัว
ได้มากเท่าไรก็จะไปเริ่มก่อกวนทำลายขัดขวาง
ระบบภูมิต้านทาน และบวกกับพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่
สร้างท็อกซินให้กับตัวเองตลอดเวลา..จนกระทั่ง
สุดท้ายเซลล์ดีในร่างกายก็ทนไม่ไหวก็กลายเป็น
เซลล์ร้ายและหันมาทำร้ายเจ้าของร่างกายจนสุดท้าย
ภูมิต้านทานไม่สามารถป้องกันได้จึงทำให้มะเร็ง
ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว..แต่ถึงขนาดนั้นบางคน
ก็ยังไม่รู้ตัวเลยครับ...อาจจะด้วยข้อบ่งชี้ของ
อาการเจ็บป่วยไม่ชัดเจน..เจ้าตัวสามารถทนอาการได้...
หรืออาจจะไม่อยากไปให้แพทย์ตรวจ..เพราะกลัว
จะพบเจอโรคมะเร็งที่กลัวก็เลยไม่กล้าไปตรวจ...
และอีกหลาย ๆ เหตุปัจจัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับคน..คนนั้น

  บางครั้งลึก ๆ แล้ว...ความจริงกับภาพที่เห็น
อาจจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ...ผมเคยได้คุยกับ
ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพมาแล้วครับ...บางคนภาพทั่วไปดูดีปกติ
แต่พอเวลาอยู่คนเดียวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยนะครับ...
                                                                      

 ผมตั้งใจไว้ว่าผมอาจจะไปที่วัดวังขนายครับ 
  และผมเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า...ในโอกาสข้างหน้าผมคง
ได้พบและพูดคุยเรื่องสุขภาพกับคุณTik_copy  สักครั้งนะครับ
                                                                            
(182.52.179.216)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
11 ก.ค. 55 16:53
39
  ต่อจากกระทู้ที่ 33..ครับ
ขอเล่าย้อนกลับมาตอนหลังจากที่ได้พบแพทย์ GI Med. 
เสร็จแล้วระหว่างที่กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ความที่ต้องการ
อยากจะหายจากมะเร็ง ผมก็ดิ้นรนทุกวิถีทาง ใครว่าอะไรดีก็ไปหมด 
สุดท้ายผมไปหาซินแส (หมอแมะ) อยู่ที่ จว.นครปฐม 
ไปรับยาจีน(สมุนไพร)จากหมอแมะ มาต้มดื่ม 11 เทียบ(ชุด) 
เมื่อ 20 ต.ค.2546 ผลปรากฏว่าหนักกว่าเดิมครับ
แทนที่ผมจะดีขึ้นกลับทำให้ท้องผมบวมโตมากขึ้นทันที 
เอาละวาทีนี้...ทำไงดี....ต้องรีบเข้า กทม.เป็นการด่วน 
ทางอาจารย์แพทย์ GI Med. พอเห็นสภาพผมว่าท้องบวม 
ท่านถามผมทันทีว่าไปกินอะไรมา....ผมไม่กล้าตอบครับ 
(และนี่เป็นบทเรียนชีวิตที่เตือนให้เรารู้ในเรื่องของการมีสติครับ)
แล้ววันนั้นเองผมก็ได้รับคำพยากรณ์ไว้เลยว่า ผมจะมีชีวิต
อยู่ได้อีกไม่เกิน เดือนครับ จากสภาพที่ผมเป็นอยู่ 
พอผมได้ฟังอย่างนั้น เชื่อไม๊ครับว่าเหมือนโดนฆ้อนทุบหัวครับ
มึนไปหมดทำอะไรไม่ถูกครับ ยิ่งอาจารย์แพทย์บอกกับผมว่า 
คุณมีภารกิจหรือเรื่องสำคัญ ๆ หรือพินัยกรรมอะไรทำนองนี้ 
หรือสิ่งสำคัญที่ยังทำไม่เสร็จ ก็ให้ผมรีบทำเสียให้เสร็จเรียบร้อย 
แล้วชีวิตที่เหลืออยู่ก็ให้ผมคิดว่าเป็นกำไรชีวิตก็แล้วกันครับ.... 
ครับฟังดูดีนะครับถ้าไม่คิดมากอะไร...ทีนี้ผมมาคิดดูแล้ว..
ก็ทำให้ผมเข้าใจในความหมายที่อาจารย์แพทย์ได้พูดกับผมทันทีครับ
จากนั้นผมก็กลับบ้านมาอย่างคนไร้จิตวิญญาณ.... 

ผมสติแตกอยู่ประมาณสอง สาม วัน...สุดท้าย
ผมก็รวบรวมจิตใจคิดว่าเมื่อเราจะตายแล้วมัวแต่สติแตกอย่างงี้
ก็ต้องตายแน่นอน ทำไมไม่คิดทำอะไรให้ดีที่สุดก่อนตายล่ะ
คิดได้อย่างนั้นแล้วก็เริ่มตั้งสติเริ่มคิดถึงหนังสือของ
ท่านอาจารย์ ดร.สาทิส  อินทรกำแหง  ที่ผมเคยใช้ปฏิบัติตัว
สำเร็จในเรื่องของการลดไขมันในเส้นเลือดมาแล้ว 
ก็คิดว่าเอาละ...ผมจะลองปฏิบัติตัวในแนวทางชีวจิต 
และให้ควบคู่ไปกับการรักษาตัวตามแผนปัจจุบัน....
อันดับแรกก็หันมาสำรวจตัวเองอย่างละเอียด 
ณ ขณะนั้นสิ่งที่ผมต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกก็คือ ตับ 
เพราะผมกำลังจะตายเพราะอาการตับแข็งระยะสุดท้ายแล้ว 
เมื่อตับกำลังมีปัญหาผมก็คิดทันทีว่าทำอย่างไรจะให้ตับ
ทำงานให้น้อยที่สุด เพื่อตับจะได้มีเวลาซ่อมแซมรักษาตัวเอง 
แล้วผมก็ลงมือปฏิบัติอย่างตั้งใจ แต่ช่วงนั้นลำบากมากครับ
เพราะผมต้องผจญและทรมานกับฤทธิ์ของคีโมด้วยอาการ
แพ้ต่าง ๆ นา ๆ แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้ว และไหนจะต้องมาเจอ
สภาพตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องบวมโตเพราะตับแข็ง 
โอ้....มันโหดจริง ๆ ครับ ไม่ว่าใคร ๆ พอเห็นสภาพของผมตอนนั้น
ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าไม่รอด...แพทย์ทุกคนลงความเห็น
เหมือนกันหมด...หลาย ๆ คนก็ได้แต่สงสารเห็นใจผม 
และคนข้างกายของผมก็กำลังจะต้องเสียผมไป... 


เมื่อผมเริ่มปฏิบัติตัวตามแนวชีวจิตอีกครั้งหนึ่ง
แต่ครั้งนี้มีชีวิตความ..เป็น..ตาย..ของผมเป็นเดิมพันครับ
แต่ผมคิดแค่เพียงว่าขอให้ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับร่างกาย
ตัวเองก่อนตายก็พอ...ได้แค่ไหนก็จบแค่นั้นครับ 
ไม่ได้คิดว่าจะอยู่รอดปลอดภัยมาได้..ผมก็ไม่นึกว่าวิธีคิดของผม
นี้กลายเป็นหนึ่งในองค์รวมของวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อ
เพิ่ม immune system ให้กับตัวเองครับ 

เมื่อผมมีปัญหาเป็นตับแข็งแล้ว...
ผมก็ต้องเริ่มดูแลตับเป็นอันดับแรก ผมก็มามองว่า
อาหารอะไรบ้างที่ต้องทำให้ตับทำงานหนัก......
มลพิษและสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ สารเคมีต่าง ๆ 
ที่ทำให้เกิด ท็อกซิน (TOXIN) สารพิษ ขึ้นในร่างกาย 
แม้กระทั่งความคิดความเครียดของเราเองก็สามารถทำให้เกิด 
ท็อกซิน ได้อย่างมากมาย โดยที่ไม่ต้องได้รับจากอาหาร
หรือสิ่งแวดล้อม ต้องหลีกเลี่ยงให้หมด....แล้วผมจะมาคุยต่อนะครับ 

                                                                                   
(182.52.115.162)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
12 ก.ค. 55 09:18
ความเห็นนี้ถูกใจ จอย101, Miss Key, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
40
....หลาย ๆ ท่านก็คงทราบดีอยู่แล้วนะครับว่า ยาแผนปัจจุบัน
ส่วนใหญ่เมื่อมีประโยชน์สามารถรักษาและบรรเทาโรคได้ 
แต่ก็ต้องระวังผลกระทบจากยาที่จะมีผลกระทบกับอวัยวะสำคัญ
อย่างเช่น ตับ ไต และยาบางชนิดมีผลกระทบกับตับมาก 
ซึ่งบางท่านอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญตรงนี้มากนักครับ 
เพราะท่านอาจจะคิดว่าท่านแข็งแรงดีและการทำงานของตับท่านก็ดี 
ครับผมอยากจะบอกว่ารักษาตับท่านไว้ให้ดีนะครับอย่าประมาทครับ...
และก็อย่ามองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ หลาย ๆ คนที่มาปรึกษากับผม
ร้อยทั้งร้อยประมาท มองข้าม ไม่ใส่ใจ และก็พกเงื่อนไข ต่าง ๆ นา ๆ 
มาเต็มกระเป๋า แถมบางท่านมีอาการเหยียดนิด ๆ แต่คุณเชื่อเถอะครับ
เมื่อร่างกายหรือเซลล์ในร่างกายของคุณเริ่มผิดปกติขึ้นมา
คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ตัวเลยครับ เมื่อร่างกายคุณเริ่มเกิดก้อนเนื้อส่วนเกินขึ้น
 และเมื่อตรวจก้อนเนื้อแล้วแต่ก็ยังไม่พบเซลล์ที่ผิดปกติ
 แน่นอนครับก้อนเนื้อนั้นยังไม่กลายเป็นมะเร็งแต่อย่างน้อย
นี่คือสัญญานเตือนให้คุณรู้ว่าคุณควรจะหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง
เสียทีนะครับ ต่อให้คุณตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปีก็เถอะ 
แม้ว่าจะช่วยระวังป้องกันได้ แต่ก็พลาดได้นะครับ...

 แต่สำหรับผมแล้ว.....
มันหมายถึงการที่จะมีชีวิตอยู่ให้นานมากขึ้นเท่าที่จะนานได้ครับ 
และผมก็เริ่มใช้แนวทางของชีวจิต โดยการรักษาแบบผสมผสาน
ควบคู่ไปกับการรักษาแบบแผนปัจจุบัน ในระยะเริ่มต้นการปฏิบัติตัว
ไม่ค่อยจะราบรื่นนักเพราะอยู่ระหว่างลองผิดลองถูกแต่ก็ทำให้ร่างกาย
ดีขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ ท้องผมที่บวมเต็มไปด้วยน้ำก็เริ่มยุบ 
และแห้งไปในที่สุด ร่างกายก็สามารถฟื้นคืนสู่ปกติการทำงานของตับก็ดีขึ้นมากจนปกติ... 
                                                                                                      

ครับชีวิตของผมก็ยังไม่พ้นอุปสรรคขวากหนามของความ
โหดร้ายทุกข์ทรมานที่มาเยือนผมซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า คิดดู...
ร่างกายผมพอจะฟื้นคืนสู่สภาวะปกติ แต่กลับต้องมาพบกับ
มะเร็งที่ย้อนกลับมาหาผมอีกเป็นรอบที่สอง...โอ้โฮ.ทำไม..ทำไม...
ชีวิตและร่างกายของผม..ยังไม่ทันที่ผมจะฟื้นคืนดีจากความบอบช้ำ
ในการให้คีโมเลย มะเร็งมาอีกแล้ว..สมองของผมก็นึกถึงตับของผมทันที 
อาการคลื่นไส้อาเจียนก็กรูเข้ามาหาผมทันที ทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ได้เข้า
โปรแกรมการให้คีโมเลย โอ้ชีวิตทำให้ผมเริ่มคิดเบื่อตัวเอง..เบื่อชีวิต...
เบื่อไปหมดทุกอย่าง...ไม่ยินดียินร้ายอะไรในชีวิตอีกต่อไป ...
สุดท้ายผมก็ได้คนข้างกายเป็นสมองเป็นความคิดและเป็นทุก ๆ อย่าง
ให้ผม  โดยที่ผมไม่มีสติที่จะคิดอีกแล้ว...สุดท้ายผมก็เข้าโปรแกรม
การให้เคมีบำบัดในรอบที่สอง..ซึ่งตัวยานั้นแรงขึ้นอีกเท่าตัว 
และต้องให้ถึง คอร์ส ห่างกันคอร์สละ อาทิตย์ และต้องนอนให้เคมีบำบัด
คอร์สละ วัน.. รวม คอร์ส...โอ้..เหนื่อยครับ...
                                                        
(125.27.197.164)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
15 ก.ค. 55 13:21 (แก้ไขครั้งล่าสุด 15 ก.ค. 55 13:22 แก้ไขทั้งสิ้น 1 ครั้ง)
41
(1.1.173.108)
วิ่งวันละนิด จิตแจ่มใส
15 ก.ค. 55 19:43
42
 .....น่าสงสารจังเลย
สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องออกกำลังกายเอาเอง (จาก สสส.)
16 ก.ค. 55 16:57
ความเห็นนี้ถูกใจ ภูมิชีวิต, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
43


สงสารจังเลย  คุณภูมิ  แอบอ่านนานแล้ว  ทนไม่ไหว  ขอกอดนะ  ที่วังขนาย
อนุญาตให้กอดหรือเปล่า ?

...ตะวันฉาย...

ตะวันฉาย
(101.108.177.9)
44
......  ......
ผมขอขอบคุณในความเมตตาสงสาร...จาก อ.suwimol
จากคุณเสนีย์ เชียงใหม่...และจากอมตะมิตร
อย่างคุณตะวันฉาย...นี่ถ้าหากย้อนไป
เมื่อครั้งที่ผมยังรักษาตัวอยู่...ผมคงปลื้มปิติยินดี
และเป็นกำลังใจให้ผมได้อย่างดีเลยครับ
สำหรับคนที่กำลังพบกับนาทีวิกฤติของชีวิตและสุขภาพ
                                         
(125.27.207.46)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
16 ก.ค. 55 19:50
45
  
    เป็นบุคคลตัวอย่าง ของการต่อสู้ กับโรคร้าย ซึ่งมีชีวิตเป็นเดิมพัน 
ขอบคุณมากครับ ที่มาแชร์ประสบการณ์ชีวิต 
(58.9.153.143)
17 ก.ค. 55 08:42
46
  ยินดีครับเฮียไช้.....ความจริงผมต้องขอขอบคุณเฮียไช้ด้วยนะครับ
เพราะว่าเฮียไช้เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพจึงได้เกิดเป็น
ความคิดริเริ่มของเฮียไช้เอง...ที่อยากจะนำสิ่งดี ๆ 
มีประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากเรื่องราวของการวิ่งเพียงอย่างเดียว
และผมเองก็เห็นว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะนำประสบการณ์วิกฤติ
ในชีวิตและสุขภาพเพื่อให้ผู้ที่ประสบชะตากรรมคล้าย ๆ กัน หรือผู้ที่สนใจ
ได้มีโอกาส...มีทางเลือก..มีสิทธิ์ได้ตัดสินใจในชีวิตของตัวเอง
เราสามารถช่วยชีวิตเราเองได้ครับ...ขอเพียงเรามีสติปัญญาที่แน่วแน่
ทุกอย่างย่อมมีคำตอบให้เราเสมอครับ...
                                        
(125.27.194.39)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
17 ก.ค. 55 11:41
ความเห็นนี้ถูกใจ เฮียไช้, suwimol, จอย101, Miss Key, พ่อมด ปากช่อง
47
สุดท้ายผมก็เข้าโปรแกรมการให้เคมีบำบัดในรอบที่สอง..
ซึ่งตัวยานั้นแรงขึ้นอีกเท่าตัว และต้องให้ถึง ครั้ง ห่างกันครั้งละ อาทิตย์ 
และต้องนอนให้เคมีบำบัด วัน.. 


  ระหว่างที่รอแพทย์นัดไปให้เคมีบำบัดนั้น บอกตรง ๆ ว่า
ครั้งนี้ไม่ต้องการที่จะไปให้ยาเคมีบำบัดเลย เพราะว่านึกถึง
ความทรมานที่ผ่านมาจากครั้งที่แล้ว บอกตรง ๆ ว่าอยากตายจริง ๆ 
ช่วงนี้ชีวิตหมดอาลัยตายอยาก เบื่อชีวิต เบื่อไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง 
อยากตายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ก็จำเป็นต้องไปให้เคมีบำบัด
อย่างไม่เต็มใจเลย...แต่เป็นเพราะตามใจคนข้างกายเขายัง
ไม่อยากให้เราตาย..ก็จำเป็นต้องตามใจ 

แต่ก่อนที่จะถึงกำหนดนัดของแพทย์ก็มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา 
คืออยากจะทำอะไรที่มันสวนกับความรู้สึกที่ทุกข์ทรมานมากในขณะนั้น....  
อืมม์..นึกออกแล้ว..อยากร้องเพลง...ดูแล้วมันช่างขัดอารมณ์
กับตอนนั้นจริง ๆ คิดได้อย่างนั้นก็เอากล้องวิดีโอไปตั้งไว้หน้า 
คอมพิวเตอร์ แล้วก็เปิดโปรแกรมคาราโอเกะร้องเพลง 
ในใจคิดว่าจะทำเป็นแผ่น MV เพื่อว่าเมื่อเราตายไปแล้ว
คนอยู่ข้างหลังจะได้เก็บไว้ดูได้อีก 


และแล้วก็เริ่มเลือกเพลง
และเพลงแรกที่เลือกคือเพลง...ยังยิ้มได้...ของพลพล
ผมอยากให้ทำลิงค์เพลงนี้จังเลย...เพราะผมทำไม่เป็นครับ
หรือถ้าคุณน้องจอย101เข้ามาอ่านเจอ..รบกวนช่วยกรุณา
ทำลิงค์เพลงนี้ให้ด้วยนะครับ... พอผมเริ่มร้องเพลง..ยังยิ้มได้..
เท่านั้นแหละครับเสียงเริ่มสั่น คอเริ่มตีบขึ้นมา กลายเป็น
เสียงร้องไห้แทนครับ โอ้โฮมันเกิดอาการเจ็บปวดหัวใจ
ขึ้นมาทันทีเลยครับ ร้องเพลงไป ร้องไห้ไป ต้องพยายาม
อยู่หลายครั้งจึงจะผ่านไปได้ สรุปแล้วผมก็ทำแผ่นเพลงได้หนึ่งแผ่น...
ซึ่งผมก็ยังเก็บไว้และเปิดดูอยู่บ่อย ๆ ครับ...ผมอยากจะบอกว่า 
มันเป็นอารมณ์..อารมณ์หนึ่งซึ่งขณะนั้นไม่รู้ว่า
จะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเองจริง ๆ ครับ...   
 

(182.52.178.33)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
17 ก.ค. 55 23:23
48
(58.11.56.246)
18 ก.ค. 55 21:05
ความเห็นนี้ถูกใจ ภูมิชีวิต, พ่อมด ปากช่อง
49
อ่านแล้วอยากร้องไห้ค่ะ....แสดงว่า...ขณะนั้น...เวลานั้น...คุณภูมิมีสติ...สมาธิดีมากพิจารณาสิ่งเกิดกับตัวเองตลอดเวลา กำลังใจจากคนข้างกายเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณภูมิยังรู้จักหาวิธีคลายกังวลให้กับตนเองได้ด้วย บวกกับความเข้มแข็ง ความอดทน จึงทำให้คุณภูมิสามารถพบทางสว่างเอาชนะใจที่ท้อแท้ดวงนั้น เก่งมากค่ะที่ยังร้องเพลงได้..ถ้าเป็นดิฉันคงไม่มีกะจิตกะใจที่จะร้องเพลงแน่ๆ คงเป็นได้แต่ร้องไห้และหงาใจซึมเศร้า...ไม่แน่อาจไปแล้วก็ได้....  ขอขอบคุณค่ะที่แบ่งปันประสบการณ์ นาทีชีวิตให้พวกเราได้รู้ ตัวดิฉันเองก็ได้นำเอาเรื่องราวของคุณภูมิไปบอกต่อๆ ให้หลายๆ คนได้รู้ ทั้งยังปริ้นไปให้เพื่อนๆ ได้อ่านเหมือนกัน และในชั่วโมงสอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องก็จะยกตัวอย่างให้เด็กๆได้ฟัง...เป็นกรณีตัวอย่างด้วยค่ะหวังว่า คุณภูมิชีวิตคงไม่ว่านะค่ะ....และต่อแต่นี้ไปก็ขอให้บุญกุศลที่คุณภูมิได้ทำมาด้วยการแบ่งปันประสบการณ์อันมีค่านี้ให้เพื่อนๆ ...จงหนุนนำให้มีสุขภาพแข็งแรง...กว่าเดิม..หายจากโรคภัย และเป็นที่ปรึกษาให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และพวกเราตลอดไปนะค่ะ......ด้วยความเคารพ

แล้วจะมาอ่านต่ออีกนะค่ะ
(1.1.160.198)
วิ่งวันละนิด จิตแจ่มใส
18 ก.ค. 55 22:03
50
 จัดให้คุณภูมิเลยนะค่ะ....คอเดียวกันกับติ๊กค่ะ....ติ๊กจะชอบเพลงนี้มากค่ะ เวลาท้อแท้  ผิดหวัง  คิดไม่ออก  หรือคิดไม่ตก ฟังแล้วมันให้กำลังใจดีค่ะ...โหลดไว้ในโทรศัพท์มือถือด้วยนะค่ะ.......และก็ติดตามอ่านเรื่องคุณภูมิตลอดนะค่ะ

(1.2.163.243)
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
19 ก.ค. 55 10:00 (แก้ไขครั้งล่าสุด 19 ก.ค. 55 10:14 แก้ไขทั้งสิ้น 5 ครั้ง)
51
ผมขอขอบคุณมากครับ อ.suwimol...เอ่อ..ผมขออนุญาตพูดจากความรู้สึกส่วนตัวนิดนะครับ
จากที่ผมได้อ่านกระทู้ที่ อ. suwimolได้เขียนนี้ ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึก
ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา สงสาร เห็นใจและเข้าใจที่มีอยู่เพียบพร้อมอยู่ในใจ
ของ อ.suwimol ครับ และเป็นความรู้สึกของกัลยาณมิตรโดยแท้ครับ
และด้วยอานิสงส์แห่งความมีเมตตานี้ขอให้ส่องเป็นแสงสว่างแห่งชีวิต
ให้อ.suwimolผู้ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตานี้ และรวมไปถึงครอบครัวจง
มีความสุขประสบผลสำเร็จในทุก ๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตด้วยเทอญ
และผมขอขอบคุณในวิบากแห่งชีวิตที่ป่วยหนักของผม..
ทำให้ผมได้มีโอกาสมาพบเจอกัลยาณมิตรแบบนี้ครับ...ขอบคุณ...ขอบคุณจริง ๆ ครับ
                                                  ภูมิชีวิต                                       
(182.52.177.123)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
19 ก.ค. 55 11:04
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, จอย101, Miss Key, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
52
  โอ้...ขอบคุณมากครับคุณTik_copy  ขอบคุณในน้ำใจที่ดีงามนี้ครับ
ที่ช่วยกรุณาทำลิงค์เพลงนี้ให้ครับ  ผมฟังแล้วได้อารมณ์
มีความหมายมากจริง ๆ ครับทำให้ผมคิดถึงบรรยากาศเมื่อครั้ง
ที่ผมยังป่วยอยู่อย่างทุกข์ทรมานย้อนเข้ามาในความรู้สึก
เพราะเพลงนี้ผมทั้งร้องเพลงและร้องไห้...กินใจมากจริง ๆ ครับ
แม้กระทั่งได้ฟังตอนนี้ก็ร้องไห้ได้ทันทีครับ...พราะเป็นความทรงจำ
ของสุขภาพที่ปวดร้าวและต้องทนทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิตครับ
(182.52.177.123)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
19 ก.ค. 55 11:17
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, จอย101, Miss Key, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
53
ต้องขอโทษลุงภูมิด้วยคะ ไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้เสียหลายวัน เพราะคิดว่าลุงภูมิกำลังเล่าเรื่องต่างๆจะรอให้ลุงภูมิเล่าไปเยอะๆก่อนค่อยตามมาอ่านและอีกอย่างคิดว่ากระทู้จะไม่หายไปไหน จะเข้ามาอ่านเมื่อไรก็ได้เพราะท่านเว็บได้เอากระทู้ขึ้นมาตรึงไว้ข้างบนแล้ว..

เคยได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการป่วยของลุงภูมิบ้างแล้วในหนังสือและได้ดูตอนลุงออกรายการทีวีและวันนี้ก็ได้อ่านหมดทุกตอนแล้วในกระทู้นี้

ถือว่าเป็นเรื่องราวตัวอย่างที่ดีมีประโยนช์ ต่อผู้ที่ได้เข้ามาอ่านเป็นอย่างมาก ขอให้ลุงรักษาสุขภาพ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกหลาน และทุกๆคนที่อยู่ใกล้ชิด เช่นนี้ตลอดไปนะคะ

เป็นกำลัง..ไม่ท้อคะลุงภูมิ...

(182.52.143.96)
20 ก.ค. 55 17:00
54
 ขอบคุณน้องจอย101 มากครับ...แค่น้องจอยมีน้ำใจเข้ามาจัดเพลงให้เท่านี้ลุงภูมิก็
ประทับใจและขอขอบคุณในน้ำใจของน้องจอยฯมากครับ  ลุงภูมิโชคดีเพราะว่าลุงภูมิได้ฟัง
เพลงไม่ท้อ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเพลงซึ่งเป็นของนักร้องที่ลุงภูมิชอบเสียด้วยนะครับ
ลุงภูมิอาจจะรบกวนบ้าง  ต้องขออภัยน้องจอยฯด้วยนะครับ
                                                                          
(125.27.202.68)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
20 ก.ค. 55 23:06
ความเห็นนี้ถูกใจ suwimol, จอย101, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
55
และแล้ว...
เวลาแห่งความที่ต้องทนทุกข์ทรมานก็มาถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้....
ก่อนที่จะลงมือให้เคมีบำบัดก็ต้องผ่านกระบวนการตรวจละเอียดอีกครั้งหนึ่ง...
โอ้เวรกรรม...บอกตรงๆ ว่าผมไม่มีกะจิตกะใจที่จะเข้ารับการบำบัดโดยการ
ให้เคมีบำบัดในรอบที่สองนี้เลย...ความรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตก็เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง 
เกิดอาการท้อแท้ หดหู่ สิ้นหวัง เหมือนคนไร้สติ ไร้จิตวิญญาน 
แต่ก็จำเป็นต้องเข้าโปรแกรมการให้เคมีบำบัดในรอบที่สองเพราะ
ถูกคนข้างกายขอร้องให้รับเคมีบำบัด เขาก็อยากให้เราอยู่นั่นแหละ 
แต่เราเองอยากตายจริง ๆ เลย เพราะมันรับอาการที่ต้องทุรนทุราย 
แสนจะทรมานนี้ไม่ไหวแล้ว...

และแล้วโปรแกรมของการให้ 
 เคมีบำบัดในรอบที่สองนี้ก็เริ่มขึ้นเมื่อ 23 มี.ค.48 
ก่อนให้เคมีบำบัด...ต้องฉีด...
 
@--Zorfran Zydis mg iv 
@--Benadril amp iv 
@--Piriton amp iv 

 แล้วก็ตามด้วย.... 

@--Mabthera 500 mg NSS 200 cc iv drip 
@--Etoposide 170 mg 5% D/W 200 cc iv drip (Day 3) 
@--Carbopratin 450 mg+ 5%D/W 200 cc iv drip (Day 
@--Infasfamide mg+Mesna mg+5% W/D 200 cc iv drip 24 ชั่วโมง(Day2) 
@--Neupogen 480 ug ฉีด sc OD(5-12) เพิ่มเม็ดเลือดขาว 
ค่ายาทั้งหมดประมาณ 168,928. บาท ต่อคอร์ส 

...ผมให้เคมีบำบัดได้เพียง คอร์สเท่านั้นครับ คอร์สที่ 
ผมรับเคมีบำบัดเมื่อ มิ.ย.48 และเสร็จสิ้นการรับเคมีบำบัด
ในวันที่ 10 มิ.ย.48 ครั้งนี้แหละครับที่ทำให้ผมทรุดแทบ
ไม่ได้กลับบ้านและผมคิดว่าผมจะต้องตายวันเดียวกับ
วันที่ผมเกิดเสียแล้วครับ....ปกติเมื่อรับเคมีบำบัดเสร็จแล้ว
แพทย์ก็จะรอดูอาการว่าคนไข้เป็นอะไรหรือไม่ สภาพดูดี
หรือไม่หากว่ายังดีถึงจะยอมให้กลับบ้านได้...แต่สำหรับผม
เมื่อครั้งที่ นี้ทำให้ผมทรุดแทบจะไม่ไหวแล้วแต่ผม..


จำเป็นต้องฝืนความรู้สึกอย่างเต็มที่เพื่อให้แพทย์เห็นว่า
เรายังดูดีอยู่...หวุดหวิดครับเกือบไม่ได้กลับบ้านเพราะ
ก่อนกลับผมเกิดอาเจียนออกมามากมายแล้วสีก็คล้าย ๆ 
กับมีเลือดปนออกมาด้วยผมใจหายวาบเลยครับนึกในใจ
เสร็จแล้วเราไม่ได้กลับบ้านแน่นอนแล้วเพราะกำลังเตรียม
ตัวจะกลับอยู่แล้วเจ้าหน้าที่มาบอกว่าแพทย์บอกให้รอก่อน 
ใจผมคิดว่าถ้าแพทย์ไม่ให้กลับบ้านผมหนีกลับแน่นอนเพราะ
ผมรู้ว่าผมกำลังจะตายแล้วจริง ๆ แต่ก็กัดฟันทนฝืนให้มองดูดี
ปรากฏว่าสำเร็จครับแพทย์ปล่อยให้ผมกลับบ้านครับ...
พอผมขึ้นรถได้เท่านั้นแหละครับน็อคเลยครับ.......รออ่านต่อนะครับ
 
(125.27.196.132)
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
24 ก.ค. 55 13:39
56
รอค่ะ....
(1.1.164.130)
วิ่งวันละนิด จิตแจ่มใส
24 ก.ค. 55 18:43
ความเห็นนี้ถูกใจ ภูมิชีวิต, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
57
รอเหมือนกันค่ะ
(1.2.142.55)
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
25 ก.ค. 55 07:09
ความเห็นนี้ถูกใจ ภูมิชีวิต, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
58
รออ่าน...ครับ
(182.93.214.160)
จิตใจที่ดีย่อมอยู่บนร่างกายที่แข็งแรง
25 ก.ค. 55 11:59
ความเห็นนี้ถูกใจ ภูมิชีวิต, พ่อมด ปากช่อง
59
  

หลังจากที่บอบช้ำทุรนทุราย กลับบ้านอย่างสะบักสะบอมแล้ว...
ในใจมีความคิดอยู่อย่างเดียวว่า...ไม่เอาอีกแล้ว...
เราไม่ต้องการรักษาตัวด้วยการให้เคมีบำบัดต่อไปอีกแล้ว...
เรายอมตายแล้ว...และตอนนั้นเราไม่ยอมฟังใครอีกแล้ว...
แม้แต่คนข้างกายเรา เราก็บอกเลยว่าอย่าทำอะไรให้เรารู้สึกว่ากดดัน...
ถ้าหากว่าเรารู้สึกกดดันเราจะยอมตายทันที...


และก็ไม่มีใครกล้ามาแนะนำอะไรกับเราทั้งสิ้น...
มีก็ทาง ร.พ.เท่านั้นที่โทรมาตามเราตลอดเวลา...
พยายามเจรจากับเรา...ทั้งนุ่มนวลและแข็งกร้าว..
แต่เราก็พยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเรา
ทรมานมากกับฤทธิ์ของเคมีบำบัด..ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจะรักษา
โดยการให้เคมีบำบัด...แต่เป็นเพราะเรารับสภาพที่ต้อง
ทุกข์ทรมานไม่ไหวแล้ว...และครั้งนี้เราก็กำลังจะตาย
อีกครั้งหนึ่งแล้วเราก็บอกทาง ร.พ.ไปว่าเราขอปฏิเสธ
การให้เคมีบำบัดโดยสิ้นเชิง...เขาก็ถามว่าแล้วไม่กลัวตายหรือ...
เราก็บอกว่าเราพร้อมที่จะตายแล้วเพราะทรมานเหลือเกิน...
แต่เราบอกว่าเราขอยอมตายเพราะมะเร็ง...
ถ้าตายเพราะมะเร็งเรายังไม่ตายทันทีเรายังมีเวลาอยู่ได้อีก...
เพราะมะเร็งยังไม่ฆ่าเราทันที...แต่ถ้าเราตัดสินใจให้เคมีบำบัด
อีกครั้งเดียวเราตายแน่นอนเพราะเรารู้สภาพร่างกาย
ของเราตอนนั้นเป็นอย่างดี ...

สุดท้ายทาง ร.พ.ไม่สามารถจะเหนี่ยวรั้งให้เราไปเข้ารับการให้เคมีบำบัดได้...
ต่อจากนั้นเราก็เก็บตัวเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองตลอดเวลา 
รู้ตัวว่าเราจะต้องตายแน่นอนแล้ว...ก็เริ่มหันมามองตัวเอง 
เริ่มคิดว่าก่อนที่เราจะตายตัวเราจะทำอย่างไรดีความคิดวนเวียน
อยู่สักพักหนึ่งก็ยังไม่มีทางออก...รออ่านต่อนะครับ.... 
                                                       
วิถีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ
26 ก.ค. 55 15:44
ความเห็นนี้ถูกใจ Tik_copy, Miss Key, เงาะ, พ่อมด ปากช่อง
60
สุดยอดมากครับ คุณภูมิชีวิต ผมติดตามอ่านทุกวันที่เปิดฟอร์รันเนอร์ ขอให้อธิบายต่อนะครับ ติดตามอยู่ครับ ขอบคุณครับ
sorayut.s.@.hotmail.com
(203.144.224.34)
27 ก.ค. 55 07:26
ความเห็นนี้ถูกใจ Tik_copy, ภูมิชีวิต, Miss Key, เงาะ

กฎระเบียบการใช้เว็บ forrunnersmag.com

  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่มีลักษณะก้าวล่วงหรือหมิ่นเหม่ต่อการก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่เสื่อมเสีย
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หยาบคาย ลามก อนาจาร หรือก้าวร้าวเกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามใช้ข้อความที่มีเจตนากล่าวหา ว่าร้ายบุคคลอื่น โดยไม่มีหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิง
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่พาดพิงเรื่องการเมือง
  • ห้ามแสดงเจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น บุคคลอื่น
  • ห้ามใช้นามแฝงที่มีความหมายหยาบคาย ลามก หรือชวนให้เข้าใจว่าเป็นบุคคลอื่น
  • ห้ามแสดงเนื้อหาที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย
  • ยอมให้ลงประกาศซื้อขายในกรณีที่เป็นการซื้อขายมือสองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าในลักษณะที่เป็นการค้าขายเชิงธุรกิจ
วิธีใช้รหัสบีบี

ความคิดเห็น

รหัสยืนยัน

โปรดใส่อักขระที่ปรากฏในรูปนี้

โดย


พื้นที่โฆษณา