Champions do not become champions when they win the event, but in the hours, weeks, months and years they spend preparing for it. The victorious performance itself is merely the demonstration of their championship character.
T. Alan Armstrong

ค้นหาเคล็ดลับของนักวิ่งเคนยา

วิมุติ วสะหลาย

ในบรรดาชาติต่าง ๆ แต่ละชาติมักมีกีฬาที่โดดเด่นประจำชาติอยู่เสมอ เช่นถ้าพูดถึงมวยสากลสมัครเล่น ก็ต้องนึกถึงคิวบาหรือสหรัฐอเมริกา เมื่อพูดถึงยิมนาสติก ก็จะนึกถึงชื่อโรมาเนียหรือจีน เมื่อพูดถึงการวิ่งเร็วก็ต้องสหรัฐอเมริกาหรือจาไมกา แต่ถ้าเข้าเรื่องการวิ่งระยะไกล เห็นจะไม่มีชาติไหนโดดเด่นเท่าประเทศเคนยา

ในวงการวิ่งถนนบ้านเรา ถ้าใครพูดมาว่า รายการนี้รายการนั้นมีต่างชาติมาด้วย ส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงภาพนักวิ่งตัวดำปี๋ผอมเกร็งจากแดนซาฟารีนี้ไว้ก่อน ไม่ใคร่มีใครนึกถึงฝรั่งหน้าตาคมสันผมบลอนด์จมูกโด่งสักเท่าไหร่

คอมาราธอนรุ่นเก๋าหลายคนอาจยังพอจำได้ว่า ย้อนหลังไปสักแค่ยี่สิบกว่าปี เมื่อมองดูการแข่งขันวิ่งระยะไกลระดับโลก จะเห็นว่ายอดนักวิ่งในยุคนั้นส่วนใหญ่เป็นนักวิ่งจากยุโรปและอเมริกา ชื่อของประเทศเคนยา หรือประเทศจากแอฟริกาชาติอื่นอย่างแทนซาเนียหรือเอธิโอเปีย ยังหาแทบไม่เจอ เมื่อดูจากรายชื่อนักวิ่งมาราธอนที่ดีที่สุดในโลก 100 คนแรกในขณะนั้นจะมีชื่อนักวิ่งเคนยาเพียงสองสามคนเท่านั้น บางคนก็เป็นนักวิ่งที่หากินนอกประเทศเคนยา แต่ในปัจจุบัน รายชื่อนักวิ่งมาราธอนที่ดีที่สุด 100 คนแรกมีชาวเคนยาถึงครึ่งหนึ่ง โดยที่สิบคนแรกยังเป็นเคนยาถึงแปดคน ยิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนก็เป็นเคนยาถึงเกือบสามในสี่ บารมีของเคนยาแผ่ไกลตั้งแต่ระยะมาราธอนลงมาถึง 800 เมตรเลยทีเดียว


หลายคนคงสงสัยแล้วว่า มีอะไรที่ทำให้ประเทศยากจนจากแอฟริกาประเทศนี้กลายเป็นมหาอำนาจในการวิ่งระยะไกลขึ้นมาได้

ไม่เพียงแต่คุณและนักวิ่งบ้านเราเท่านั้นที่คิดสงสัย ฝรั่งมังค่าก็ล้วนแต่ข้องใจเรื่องนี้ ถึงกับมีการศึกษาวิจัย หรือแม้แต่สอดแนม เพื่อค้นหาความลับของการเป็นสุดยอดนักวิ่งมาราธอนของชาวเคนยา

ทฤษฎีหนึ่งที่เชื่อถือกันมานานก็คือ ชนเผ่านักวิ่งพวกนี้อาศัยอยู่ทางตะวันตกของประเทศซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยร่วมสองพันเมตร ประเทศเอธิโอเปียเพื่อนบ้านซึ่งมีนักวิ่งชั้นนำจำนวนมากเหมือนกันก็อยู่บนที่ราบสูงเอธิโอเปีย พื้นที่สูงบรรยากาศจะเบาบางกว่าบนพื้นราบมาก การใช้ชีวิตบนที่สูงเป็นเวลานาน ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดมากขึ้นเพื่อชดเชยความเบาบางของอากาศ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลดีต่อการวิ่งระยะไกล

ถ้าระดับความสูงเป็นปัจจัยหลักของความสำเร็จในการวิ่งทน ทุกประเทศที่อยู่สูงมาก ๆ อย่างเช่นเนปาล เปรู อุรุกวัย ทาจิกิสถาน รวันดา เลโซโท ก็น่าจะมีนักวิ่งชั้นนำจำนวนมากด้วย บางประเทศพวกนี้อยู่สูงกว่าเคนยาเสียอีก แต่ก็ไม่พบว่าประเทศเหล่านี้มีผลงานโดดเด่นเรื่องการวิ่งเลย ยิ่งกว่านั้น จากการทดสอบร่างกายนักวิ่งชั้นนำของเคนยากับประเทศอื่นแล้ว ก็พบว่ามีความจุออกซิเจนไม่ต่างกัน ชาติตะวันตกบางชาติเคยมีการฝึกนักวิ่งโดยเลียนแบบสภาพขาดแคลนออกซิเจนของที่ราบสูงโดยหวังจะเพิ่มสมรรถภาพให้นักกีฬา เช่นให้นอนหลับและใช้ชีวิตแต่ละวันในห้องที่ปรับสัดส่วนออกซิเจนให้ต่ำกว่าปกติ แต่ก็ไม่พบว่าความพยายามดังกล่าวให้ผลดีอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์การกีฬาส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่าระดับความสูงของพื้นที่ที่ใช้ฝึกไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไปแล้ว


หรือเคล็ดลับอยู่ที่อาหารการกิน? เขากินอะไรพิเศษหรือเปล่า นักวิ่งเคนยาส่วนใหญ่ใช้ชีวิตวัยเด็กและเติบโตมาด้วยอาหารธรรมดาพื้น ๆ ที่ดูแล้วยังด้อยกว่าเด็กชนบทบ้านเราด้วยซ้ำ และยิ่งถ้าเทียบกับประเทศตะวันตกแล้ว อาหารของชาวเคนยาจัดว่าเข้าขั้นอดอยากเลยทีเดียว แม้แต่เมื่อก้าวเข้ามาเป็นนักวิ่งอาชีพแล้ว เขาก็ยังกินธรรมดา อาหารส่วนใหญ่เป็นประเภทข้าว ข้าวโพด ถั่ว และผัก ส่วนเนื้อสัตว์กลับกินไม่มากนัก แม้นักวิ่งจะมีโอกาสได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์มากกว่าคนทั่วไปที่กินได้แค่สัปดาห์ละครั้ง แต่ก็เป็นจำนวนน้อยเพียงสัปดาห์ละไม่กี่วัน ซ้ำแต่ละครั้งก็เป็นจำนวนน้อยเพียงประมาณ 100 กรัมเท่านั้น

แล้วเรื่องของโด๊ป ยาโป้วอะไรพวกนี้ล่ะ เป็นไปได้ไหม ประเทศดินแดนซาฟารีนี้ชุกชุมไปด้วยสิงสาราสัตว์ หรือว่านักวิ่งพวกนี้ได้ยาดีจากนอแรด งาช้าง หางสิงโต หนวดเสือดาว ฯลฯ ยิ่งกินยิ่งอึด เรื่องนี้ก็ขอให้รีบตัดไปโดยเร็ว ความคิดแบบนี้มีแต่ในชาวตะวันออกไกลเท่านั้น หากคนเคนยามีรสนิยมการกินเช่นนี้ ป่านนี้ท้องทุ่งของเคนยาก็คงไม่เหลืออะไรให้ชมกันแล้ว อย่าว่าแต่ยาโด๊ปยาโป้วเลย แม้แต่อาหารเสริมคนพวกนี้ก็ไม่รู้จัก



เป็นไปได้ไหมที่จะเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ชาวเคนยามีอาจจะมี "ยีนอึด" ที่ทำให้วิ่งระยะไกลได้ดี สมมุติฐานนี้หาใช่เรื่องเพ้อเจ้อไร้เหตุผล เมื่อเรามองดูนักวิ่งชั้นนำจากเคนยาจะพบว่าราว 70 เปอร์เซ็นต์ของนักวิ่งมาจากเผ่าคาเลนจิน มีเพียงส่วนน้อยที่มาจากเผ่าทูคานาเช่น พอล อีเรง แชมป์โอลิมปิกวิ่ง 800 เมตรปี 1988 หรือจากเผ่าคิคูยู เช่น จูเลียส คาริวกี แชมป์วิ่งวิบาก 3,000 เมตรจากโอลิมปิกปี 1988 การที่เผ่าคาเลนจินที่มีประชากรเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ของประเทศสามารถสร้างนักวิ่งได้เป็นจำนวนมากเช่นนี้ ยิ่งทำให้สมมุติฐานเกี่ยวกับยีนอึดน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก หรือว่าชนเผ่านี้มีเลือด กล้ามเนื้อ กระดูก หรือกลไกร่างกายพิเศษไปกว่าชนชาติอื่น?

งานวิจัยชิ้นหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์ชาวเดนมาร์ก เฮนริก ลาร์เซน จากศูนย์วิจัยกล้ามเนื้อโคเปนเฮเกนพบว่า นักวิ่งชาวเคนยามีช่วงขายาวกว่านักวิ่งเดนมาร์ก เปอร์เซ็นต์และมีน้ำหนักของเนื้อขาท่อนล่างน้อยกว่าถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ขาที่เบาลงหมายความว่าพลังงานที่ใช้ในการสลับขาน้อยลงด้วย ประมาณว่าน้ำหนักแต่ละ 50 กรัมที่เพิ่มขึ้นไปที่ข้อเท้าจะเพิ่มการเผาผลาญออกซิเจนขึ้น เปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้ทำให้ชาวเคนยาสามารถใช้พลังงานในการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ นี่คือผลที่เด่นชัดของ "ยีนอึด" ที่อยู่ในตัวนักวิ่งเคนยา ใครที่เคยมองดูนักวิ่งเคนยาแล้วสงสัยว่า ขายังกะนกยางอย่างนี้วิ่งเร็วได้ยังไงกันก็ควรเข้าใจเสียใหม่ เพราะขานกยางแบบนี้นี่แหละถึงได้วิ่งเร็ว

นอกจากรูปร่างภายนอกแล้วยังพบหลักฐานว่าสัดส่วนของชนิดเส้นใยกล้ามเนื้อก็ต่างกันด้วย เส้นใยกล้ามเนื้อที่ใช้เคลื่อนไหวมีสองชนิดใหญ่ ๆ คือกล้ามเนื้อขาวและกล้ามเนื้อแดง กล้ามเนื้อขาวเป็นชนิดที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว แรงมาก แต่ล้าได้ง่าย นักวิ่งระยะสั้น หรือนักยกน้ำหนัก จะมีกล้ามเนื้อชนิดนี้มาก ส่วนกล้ามเนื้อแดงให้แรงน้อยกว่า เคลื่อนที่ช้ากว่า แต่มีความอดทน ใช้งานได้นาน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นักวิ่งทนต้องการ คนทั่วไปมีเส้นใยกล้ามเนื้อขาวกับเส้นใยกล้ามเนื้อแดงเป็นสัดส่วนเท่ากัน แต่ถ้าเปรียบเทียบชาวแอฟริกันตะวันตกและแอฟริกันตะวันออกแล้ว พบว่าชาวแอฟริกันตะวันออกมีสัดส่วนของกล้ามเนื้อแดงมากกว่ากล้ามเนื้อขาว อย่างไรก็ตาม เมื่อนักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบสัดส่วนกล้ามเนื้อระหว่างนักวิ่งชั้นนำเคนยากับนักวิ่งชั้นนำชาติอื่นแล้วกลับไม่พบข้อแตกต่างแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าไม่ว่าชนชาติใดก็มีศักยภาพในการสร้างกล้ามเนื้อที่เหมาะสำหรับการวิ่งระยะไกลได้เท่าเทียมกัน

แม้บทความและงานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าชาวเคนยามีข้อได้เปรียบบางอย่างในด้านชาติพันธุ์ แต่ถ้าจะให้กล่าวว่านี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของนักวิ่งเคนยา ก็เห็นจะเป็นบทสรุปที่ง่ายเกินไปสักหน่อย บางทีคำตอบสุดท้ายอาจหาไม่ได้จากห้องแลบ หากมาจากลู่วิ่งและตามท้องทุ่งของประเทศเคนยาเอง

ข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ และอาจเป็นคำตอบของสิ่งที่เรากำลังค้นหาอยู่ นั่นคือ นักวิ่งเคนยาซ้อมหนักยิ่งกว่านักวิ่งชาติใดในโลก นักวิ่งที่เข้าแคมป์ฝึกทุกคนวิ่งกันสัปดาห์ละกว่า 220 กิโลเมตรทั้งสิ้น พอล เทอร์แกต อดีตเจ้าของสถิติโลกวิ่งมาราธอน ซ้อมวันละสามครั้ง และเคยซ้อมหนักสุดถึงสัปดาห์ละ 300 กิโลเมตร หากพวกเขาคิดว่ายีนอึดในสายเลือดคือสิ่งสำคัญที่สุดในการไต่เต้าสู่ความสำเร็จแล้ว ก็คงไม่ต้องมาซ้อมกันเป็นบ้าเป็นหลังอย่างนี้


ชาวเคนยาชื่นชอบการวิ่งมาก โดยเฉพาะการวิ่งครอสคันทรีที่เป็นยิ่งกว่ากีฬา ชาวเคนยากับการวิ่งครอสคันทรีก็เหมือนกับชาวบราซิลกับฟุตบอล ทุกครั้งที่มีการจัดการแข่งขันในท้องถิ่น จะมีหนุ่มสาวมากมายลงแข่งขันชิงชัย ไม่เว้นแม้แต่เด็กห้าหกขวบที่ติดเบอร์กระรุ่งกระริ่งลงวิ่งตีนเปล่าอย่างสนุกสนาน ครอสคันทรีมักเป็นบันไดไปสู่การวิ่งระยะอื่นต่อไป เช่น วิ่ง 10,000 เมตร ฮาล์ฟมาราธอน และมาราธอน

ปัจจัยที่ทำให้ชาวเคนยาหลงใหลการวิ่งเช่นนี้สัมพันธ์กับตัวเลขอีกตัวเลขหนึ่ง นักวิ่งชั้นนำของเคนยากว่า 90 เปอร์เซ็นต์มาจากครอบครัวยากจน จุดเริ่มต้นอาจเกิดขึ้นเมื่อราวสามทศวรรษก่อน ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่ประเทศได้เอกราชมาไม่นาน เมื่อชาวต่างชาติเข้ามาและเห็นพรสวรรค์ของชาวเคนยา ทำให้นักวิ่งบ้านนอกได้มีโอกาสไปวิ่งหากินในต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกา ส่งรายได้เป็นกอบเป็นกำกลับมาให้ทางบ้านได้จับจ่ายใช้สอย ปลูกบ้านใหม่ ซื้อรถขับ นับแต่นั้นมาชนชั้นรากหญ้าก็เริ่มมองเห็นแล้วว่า จะมีหนทางหลีกหนีความยากจนข้นแค้นด้วยสองลำแข้งได้อย่างไร นี่คือแรงดลใจมหาศาลที่พาให้ชาวเคนยาลุกขึ้นมาวิ่ง วิ่ง วิ่ง จนกระทั่งสามารถพาให้ชื่อเคนยาขึ้นมาสู่แถวหน้าในวงการวิ่งระยะไกลของโลก

"เมื่อคุณเกิดมาจน คุณก็ต้องเลือก ว่าจะจนต่อไป หรือไม่ก็ไปเป็นนักวิ่ง” โมเสส คิปทานุย อดีตเจ้าของสถิติโลกวิ่งวิบาก 3,000 เมตร กล่าวไว้อย่างชัดเจนที่สุด

8 พฤศจิกายน 2550

30 เมษายน 2555


พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา

ระบบคำนวณความเร็วและฝีเท้า

ระยะทาง : เมตร

เวลา :


ชม.

นาที

วินาที

ความเร็ว (กม./ชม.)
0
ฝีเท้า (นาที/กม.)
0
Ads box
(180x150)