It is a beautiful thing to discover that your body is capable of doing things that you once thought were impossible.
Sammi Goldsmith

การหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการเตรียมลงมาราธอนในช่วงแทเพอร์

กฤตย์ ทองคง

ความถ่วงรั้งที่ทำให้วิ่งมาราธอนในวันจริงออกมาได้ไม่ดี   ไม่ได้มีแค่ปัจจัยการฝึกซ้อมเท่านั้น
แม้จะฝึกซ้อมมาดี   ฝึกซ้อมถึงระดับ  และฝึกซ้อมอย่างเหมาะสมกับตัวตนคือองค์ประกอบหลัก   แต่มีนักวิ่งจำนวนมากได้ละเลยองค์ประกอบเล็กๆน้อยๆในกิจกรรมการเตรียมตัวลงมาราธอนที่ดี  ทำให้การฝึกซ้อมที่ผ่านมาแสดงศักยภาพที่ถูกลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย

ความผิดพลาดที่เห็นบ่อยๆ  คือ

1) สำคัญผิดที่เข้าใจว่ากิจกรรมที่บีบเค้นร่างกายมีเพียงการวิ่งเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงดำเนินกิจกรรมช่วงก่อนมาราธอนอย่างไม่รัดกุม   นึกจะทำอะไรก็ทำ   โดยไม่มีการวางแผน   เช่น  การงานอาชีพที่ควรจะแลกเวรออก  จัดตารางเวรที่แบ่งแยกหน้าที่ให้งานเบาลงในช่วง  Taper ด้วย  อย่าเข้าใจว่าการ Taper เป็นเพียงการเรียวลงของการซ้อมเท่านั้น

เช่นงานครอบครัว  กิจกรรมรับลูกส่งลูกไปโรงเรียน   ซื้อกับข้าว   ล้างรถยนต์   ขุดดินแต่งสวน   ยกตู้   ย้ายเฟอร์นิเจอร์   เฝ้าไข้ลูกป่วย   เปลี่ยนกระเบื้องหลังคา  หรือกวาดใบไม้รอบบ้าน  
แม้ว่าเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญในความรับผิดชอบ   แต่ต้องควรถูกวางแผนจัดหลบหลีกให้พ้นช่วงสำคัญ   เอาไปทำหลังจบเทศกาลมาราธอน  อย่าเอามาประดังประเดในช่วงนี้

การจะวิ่งให้ได้ดี  กล่าวอย่างตรงไปตรงมาก็คือ  ให้เตรียมตัวมาให้ดี  เตรียมตัวที่ดี คือซ้อมมาดี   เอื้อให้ร่างกายมีกิจกรรมที่เบาลง   มีจิตใจที่ผ่อนคลายในช่วง  Taper     เป็นการลดโวลุ่มจังหวะชีวิตลงทุกอย่าง   เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสนามมาราธอนข้างหน้า

จงตระหนักว่า   แม้มาราธอนจะเป็นงานที่หนัก  และฉันจะพยายามให้เต็มที่สุดความสามารถ   แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกผลมาเช่นไร   มันย่อมสวยสดงดงามเสมอไป

2) ความผิดพลาดของนักมาราธอนช่วง  Taper จำนวนมากในอีกด้านหนึ่งก็คือ   การพักใช้ร่างกายมากเกินไป   การ Taper ไม่ได้หมายความว่ายุติกิจกรรมการซ้อมลงโดยสิ้นเชิง   แต่มันเป็นการแผ่วจางการซ้อมลงทีละน้อย เพื่อการคืนสด  จนหยุดสนิม – วัน ก่อนแข่ง   

การ  Taper คือการแผ่วจางแบบแผนการฝึกลงที่เหมาะสมกับตัวเอง  อันเกิดจากการหยั่งถึงระดับที่เหมาะสมของตัวเองดู   นักวิ่งแต่ละคนจะมีระดับตอบสนองการ  Taper ไม่เท่ากัน   บางคนพักมาก ๆ ดี  บางคนพักมากกลับออกมาไม่ดี

จงลองดูให้พบความเป็นตัวของตัวเอง  และจดจำไว้   กลับมาทำบ่อยๆ  และหลีกเลี่ยงกิจกรรมใดอีกด้านมุมตรงข้าม

ตัวอย่างที่ ของการ Taper ที่เหมาะสมสำหรับระยะมาราธอนมีดังนี้

“การซ้อมที่เข้มข้นที่สุด  หรือหนักครั้งสุดท้ายควรอยู่ที่สองสัปดาห์ก่อนแข่ง  โดยที่สัปดาห์แรกควรปรับลดโวลุ่มลงครึ่งหนึ่งในด้านระยะทาง และระยะเวลาฝึก  แต่คงความเร็วเท่าเดิม   ส่วนในสัปดาห์ที่  ต้นสัปดาห์ให้ลดจากที่ลดลงไปแล้วอีกครึ่งหนึ่ง  คือคงเหลือระดับความเข้มข้นจากการฝึกเหลือเพียง  25% ของจุดที่เคยหนักที่สุด  ส่วนที่เหลือ  – วันสุดท้ายให้หยุดสนิท”

ตัวอย่างที่ ของการ  Taper ที่เหมาะสม  คือ

“ให้ทยอยลดโวลุ่มลง  20 – 30 ใน สัปดาห์สุดท้าย  และที่เหลือ วันสุดท้ายก่อนแข่งให้หยุดการฝึกซ้อมวิ่งใดๆ  คงเหลือแต่การยืดเส้นนานประมาณครึ่งชั่วโมง  เป็นต้น

ตัวอย่างคือ  นักวิ่งในช่วง  Taper ก่อนแข่งรายหนึ่ง  

ออกทริปจักรยานทางไกลในช่วงมาราธอน แทพเพอร์กับกลุ่มนักปั่น

เป็นตัวอย่างที่ผิดพลาดในการที่จะใช้เวลาช่วงใกล้แข่งขันให้เป็นประโยชน์ในการเพิ่มศักยภาพชั้นสุดท้าย   เป็นความผิดพลาดขั้นเอกอุ  ทั้งๆที่เป็นขาเก่า   วิ่งและปั่นมาหลายปี   ว่าให้ถึงที่สุด   ผู้เขียนไม่แน่ใจว่า  ในเบื้องหลังที่ลึกกว่าของกิจกรรมมาราธอนและการขี่ปั่น คือการอาศัยกิจกรรมออกกำลังเหล่านี้เป็นเครื่องมือแสดงออกอวดศักดา ความเก๋าให้คนรู้ว่า   “ของแค่นี้สบายมาก” หรือเปล่า  ที่มันกลับกลายเป็นอีกด้านหนึ่งของการเปรอปรนอัตตาที่น่าปลาบปลื้มกับตัวเองเพียงฝ่ายเดียว

สิ่งที่น่าจะเป็นโอกาสให้ฉกฉวยฝึกฝนในสายตาของผู้เขียนต่อกรณีอย่างนี้ก็คือ   การฝึกอ่อนน้อมถ่อมตัวควบคู่ไปกับการฝึกร่างกายเราด้วย   แม้ว่าใครจะปรามาสคาดหวังในตัวเราผิดไปจากที่เป็นจริงในทางอ่อนด้อย
   ก็ไม่ใช่เรื่องที่ให้ตัวเราไปอวดให้เขารู้ว่า   “ฉันแน่กว่าที่นายคิด”  สิ่งที่เราควรทำคือการปฏิบัติตัวที่เราเองเท่านั้นที่จะรู้ดีว่าคืออะไร  ไม่ใช่เพื่อการยอมรับจากผู้คน   โตแล้ว  ควรมองอะไรให้ทะลุมากกว่าปรากฏการณ์ฉาบฉวย  ลัดตรงเข้าสู่สาระ

การวิ่งเป็นกิจกรรมที่ง่ายมากในการทำความเข้าใจ  ที่จะสืบขาและเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า  และอีกข้างไปข้างหลัง  สลับกันไปมา  เพื่อเคลื่อนย้ายร่างกาย   เป็นงานที่อาศัยเวลาในการเรียนรู้
เพียง นาที  แต่ถ้าจะให้เชี่ยวชาญ  ทำให้แข็งแรงอดทนอย่างยาวไกล ได้เวลาที่ดีตามฐานของตนเอง   ในสภาพที่จิตใจและอารมณ์น่ารัก  น่าเลื่อมใส   เป็นแบบอย่างที่ดีกับนักวิ่งรุ่นน้อง  
อย่างนี้ต้องพัฒนาการวิ่ง   ฝึกฝนทั้งร่างกาย และจิตใจตลอดชีวิต

ที่ผ่านมา   ความผิดพลาดส่วนใหญ่ที่ได้ยินได้ฟังมาไม่ได้เกิดจากการดำเนินกิจกรรมออกกำลังกายตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างหละหลวม   แต่เป็นการผิดเพี้ยนหลุดไปจากที่น่าจะเป็นอย่างมากมาย

ประเทศไทยของเรามีอะไรแปลกๆ   ไม่เพียงแต่นักวิ่งแนวหน้าจะสู้ต่างชาติไม่ได้ในกีฬาวิ่ง  ที่ห่างชั้นกันเยอะ   นักวิ่งแนวหลังไทยก็ยังล้มเหลวในการไปให้ถึงที่สุดของความสามารถ   ด้วยว่าต้องแบ่งความ  Peak เต็มที่ของร่างกายที่มีอยู่ไปกับกิจกรรมที่ไม่รอบคอบ   ผ่านทัศนคติที่ไม่เหมาะสมชุดหนึ่ง  อย่างไม่เคยเรียนรู้สรุปบทเรียนใด ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า   แต่กลับเชี่ยวชาญในการแสวงหาข้อแก้ตัวต่างๆต่อการละเลยที่ผ่านมา แต่ไม่ปรับตัว ลงมือแก้ไข สู่การเปลี่ยนแปลงใดๆ

ใครที่รู้ตัว   อ่อนน้อมถ่อมตน  สรุปข้อผิดพลาด  จดจำบทเรียน ก็จะก้าวหน้ากับมาราธอนได้ดี.....  มันก็เป็นอย่างนั้นเอง.

13.15 น. / 16 เมษายน 2555


พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา

ระบบคำนวณความเร็วและฝีเท้า

ระยะทาง : เมตร

เวลา :


ชม.

นาที

วินาที

ความเร็ว (กม./ชม.)
0
ฝีเท้า (นาที/กม.)
0
Ads box
(180x150)