Great is the victory, but the friendship of all is greater.
Emil Zatopek
Czech runner

เสียรองเท้าวิ่งไป 2 คู่ กับอาการ เจ็บขาหนีบ และปวดท้องน้อย

Kumtorn Natee

เป็นประสบการณ์บาดเจ็บกับการสูญเสีย ที่อยากเล่าให้เป็นอุทธาหรณ์ครับ

เดือนที่แล้ว ขณะที่ผมซ้อมเพื่อเตรียมกรุงเทพมาราธอนซึ่งเป็นมาราธอนแรกของผม ผมเกิดอาการเจ็บหน่วงๆที่ขาหนีบข้างขวาใกล้จุดยุทธศาสตร์ และลามมาถึงท้องน้อยข้างขวา สูงจากจุดยุทธศาสตร์ 1-2 นิ้ว จะแสดงอาการปวดมากเมื่อเราออกตัววิ่ง พอวิ่งไปซักพักก็จะดีขึ้น
และถ้ามีฉี่ค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะแม้แต่นิดเดียวละก็ ปวดท้องน้อยอย่าบอกใครเลย

ก่อนออกวิ่งและหลังวิ่ง ก็พยายามยืดเหยียด ถ่างแข้งกางขาให้เยอะเป็นพิเศษ
แต่ก็แค่ช่วยให้อาการดีขึ้นหน่อย แต่ก็ไม่หาย

เคยหยุดพักการวิ่งไปสัปดาห์กว่าๆ ก็ไม่ดีขึ้น และรู้สึกว่าจะเจ็บมากขึ้นไปซะอีก เลยกลับมาซ้อมวิ่งต่อดีกว่า

อาการตอนไม่ได้วิ่ง จะเจ็บหน่วงๆตอนก้าวขาเดิน และจะเจ็บท้องน้อยสุดขีดตอนจามหรือไอ เจ็บจนต้องงอตัวนั่งลงกับพื้นเลย ใจผมตอนนั้นต้องบอกว่าเสียขวัญมาก กลัวว่าอวัยวะภายในจะมีปัญหา

ผมลองค้นหาอาการนี้ใน Google (ภาษาไทย) ก็เจอคนมีอาการนี้บ้าง แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าคืออะไร และรักษาได้อย่างไร 

วันหนึ่ง ที่ผมทนอาการเจ็บไม่ไหว จึงไปที่โรงพยาบาลพญาไท ไปหาแพทย์เฉพาะทาง ด้านทางเดินปัสสาวะ (เพิ่งรู้ว่ามีแผนกนี้ด้วย) มีการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจการติดเชื้อ และคุณหมอท่านก็ให้ผมแก้ผ้า เอามือลูบคลำจุดยุทธศาสตร์ กดตรงขาหนีบและท้องน้อย แล้วบอกว่า

"ไส้ไม่ได้เลื่อน เดี๋ยวขอตรวจต่อมลูกหมากหน่อย"

แล้วท่านก็ให้ผมหันหลังโก้งโค้ง เอามือล้วงเข้าด้านหลัง อะจ๊าก!! เจ็บจี๊ดจนน้ำตาร่วง

"ต่อมลูกหมากคุณก็เป็นปกติดี เดี๋ยวไปอัลตร้าซาวด์ช่องท้องหน่อยนะ"

พยาบาลสาวสวยพาผมไปนอนรอคุณหมอที่ห้อง และบอกให้ถอดกางเกง และเธอก็จัดแจงเตรียมพื้นที่เพื่อรอคุณหมอ

ตอนนี้เอง ผมเข้าใจความรู้สึกของสาวๆ เวลาต้องไปตรวจภายในกับหมอผู้ชายทันที

อัลตร้าซาวด์จนเสร็จ ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆกับอวัยวะภายใน ก็มีทั้งโล่งใจกับความรู้สึกหวั่นใจ

หวั่นใจว่า เราจะพร้อมไปวิ่งกรุงเทพมาราธอนไหม

วันนั้น ออกจากโรงพนยาบาลด้วยตัวเบาโหวง เงินเก็บที่เตรียมสำหรับรองเท้าวิ่ง หายไป คู่กว่าๆ 

ผมได้ปรึกษาโค้ชถึงอาการบาดเจ็บที่ว่า ว่าไม่ได้เกิดจากอวัยวะภายใน โค้ชก็ลองกดตรงขาหนีบ ก็พบว่า กล้ามเนื้อบริเวณนี้ตึงมากจนแข็ง ท่านก็ได้กดนวด ทั้งขาหนีบและท้องน้อยให้ เวลากดลงไป เหมือนกดโดนจุดสำคัญ เจ็บจนดิ้น แต่ซักพักอาการเจ็บก็ลดลงไปพร้อมกับการคลายตัวของกล้ามเนื้อ

พอโค้ชกดนวดให้เสร็จ ผมก็ออกไปจ๊อกกิ้งได้ ยังมีอาการอยู่บ้างแต่ก็นับว่าดีขึ้นมาก ทำให้มีกำลังใจในการฝึกซ้อมมาราธอนต่อไป

อาการเจ็บที่ทุเลาลง แต่พอวิ่งไปได้ซัก 1-2 สัปดาห์ มันก็จะกลับมาใหม่ และอาการปวดท้องน้อยก็ไม่ยอมหายไปไหน ผมต้องระวังการจามมาก ยิ่งตอนขับรถ เคยจามกระทันหัน เจ็บและงอตัวอัตโนมัติ รถเลยขับกระตุกส่ายไปมาเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ

ตอนนั้นผมได้ทานยา Arcoxia 90mg. ตามคำแนะนำของคุณหมออีกท่านที่วิ่งด้วยกันที่สวนลุม แต่ทานได้ วันแล้ว อาการก็ไม่เปลี่ยนแปลง

วันหนึ่งบังเอิญเจอรุ่นพี่จุฬาใน Facebook พี่เขาเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาล BN_ แถวสีลม จึงได้ขอคำปรึกษา และได้นัดหมายไปตรวจซ้ำอีกครั้งที่นั่น

พี่หมอได้ให้ผมนอนบนเตียง ลองกดที่ท้องน้อย บริเวณที่มีอาการเจ็บ และให้ผมยกตัวขึ้นเหมือนจะเล่น Sit-up ผมก็จะมีอาการเจ็บจี๊ดขึ้นมา

พี่หมอจึงสัณนิษฐานว่า น่าจะบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ที่อวัยวะภายใน และถามว่า อยากลองทำ อัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่างให้มั่นใจไหม (ครั้งที่แล้ว เขาทำอัลตร้าซาวด์แค่บริเวณจุดยุทธศาสตร์ครับ)

ผมก็เลยอยากทำให้รู้ๆไปเลย ไม่ต้องมากังวลโน่นนี่นั่น

ตามคาด ไม่พบความผิดปกติใดๆที่อวัยวะช่องท้อง พี่หมอจึงเปลี่ยนยา ให้ผมทานยา Celebrex 400mg แทน

ขนาดไม่มีค่าหมอ+ค่ายา (มาซื้อเองข้างนอก) รองเท้าวิ่งคู่ใหม่ของผม ก็ปลิวหายไปแถวสีลม อีก คู่ 

ผมทาน Celebrex ได้ วัน อาการก็ดีขึ้น ตอนนั้นผมมีตารางการฝึกซ้อมที่แน่นเอี๊อดเพื่อมาราธอนแรกอยู่ และเหลือเวลาก่อนแข่งขันแค่เดือนกว่าเท่านั้น พออาการดีขึ้น ผมจึงตัดสินใจหยุดยา เพื่อกลับมาซ้อมได้ตามปกติ

(ขณะที่ผมทานยากลุ่มนี ผมจะหยุดการซ้อม เพราะเกรงว่า ตัวยาจะไปปิดบังอาการบาดเจ็บอื่นๆ ทำให้เราทำร้ายร่างกายเกินไป)

อาการหลังการหยุดยา ก็ยังมีการเจ็บอยู่แต่ก็ไม่มากเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่หายขาดซะที

ก่อนวิ่งมาราธอน สัปดาห์ มีวันหยุดซ้อมวิ่ง วันต่อเนื่องเพื่อพักกล้ามเนื้อให้มีความสมบูรณ์เต็มที่ ปรากฏว่า หลังวันหยุดพัก อาการเจ็บทั้งขาหนีบและท้องน้อย พร้อมใจกันกำเริบขึ้นพร้อมๆกัน

เกิดอะไรขึ้น หยุดวิ่งแล้วเจ็บ ใจเสียมาก เหมือนซ้อมมาตั้ง เดือน จะต้องมาลงเอยด้วยการบาดเจ็บ

ด้วยความเป็นห่วงของโค้ช ท่านได้นัดหมายไปพบ และได้ช่วยกดนวดซ้ำให้อีกครั้งหนึ่ง จนอาการดีขึ้น

และผมได้กินยา Celebrex อีก วัน และหยุดยาก่อนวันแข่ง โดยหวังว่าหลังการวิ่งกรุงเทพมาราธอน แล้วจะรักษามันอย่างจริงจัง 

ก่อนวันแข่งแค่ วัน มีคนแนะนำให้ไปหาหมอแผนจีน ลองดูว่า จะมีวิธีรักษาหรือไม่ ผมรีบไปหาทันที

หมอจีนคนนั้น ท่านจับชีพจร พะแม๊ะ แล้วบอกว่า

"ลื้อมีปัญหาที่ตับ ตับไม่แข็งแรง เวลาวิ่ง ตับมันห้อยอยู่ข้างตัว ทำให้มันแกว่ง กระแทก จึงเกิดอาการบาดเจ็บ เส้นที่ขาหนีบเป็นเส้นแสดงว่าตับมีปัญหา ลื้อเป็นโรคตับระยะที่2แล้ว ไปตรวจที่รพ.ไม่เจอหรอก แพทย์แผนปัจจุบันตรวจเจอ ก็ตับแข็งระยะ ไปแล้ว"

คนเราพออายุ 40 ไปแล้ว ไม่เหมาะกับการวิ่ง ลื้อต้องหยุดวิ่ง ไปฝึกไท้เก๊กหรือว่ายน้ำ แล้วเอายาบำรุงตับไปกิน"

พอดีแฟนผมที่ไปด้วยกัน เพิ่งเจอประสบการณ์เลวร้ายจากหมอจีนที่เมืองจีนมาหยกๆ เธอจึงแอบส่ายหัวให้ผมไม่รับยามา

กลับมาบ้านด้วยความคิดว่า ช่างมัน เป็นไงเป็นกัน

วันแข่งขัน อากาศร้อนพอสมควร ข้อดีก็คือ ทำให้ผมไม่ปวดฉี่ตอนวิ่งเลย จากที่เคยเล่า ถ้ามีฉี่ค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ถึงจะไม่เยอะ ก็จะมีอาการปวดหน่วงมากๆ ทำให้ก้าวขาไม่ออก

จบการแข่งขัน ด้วยอาการเจ็บขาหนีบอยู่บ้าง แต่การปวดเมือยอย่างอื่น กลบอาการเหล่านี้ไปจนหมด



หลังมาราธอน ผมพักการวิ่งไป สัปดาห์กว่าๆ

วันแรกที่กลับมาเริ่มต้นวิ่งใหม่ "ไอ๊หยา ขาหนีบมันกลับมาเจ็บอีกแล้ว อะไรกันนี่ ยิ่งพักยิ่งเจ็บ 

ผมเลยลองค้นหาอาการบาดเจ็บอันลึกลับนี้ด้วย Google อีกครั้ง ครั้งนี้ผมลองค้นหาเป็นภาษาอังกฤษดูบ้าง

โป๊ะเช๊ะ เจอเป็นกระตั๊ก ลองไล่อ่านดูพบว่าอาการที่ผมเป็นนี้ ใกล้เคียงกับอาการของ Sprots Hernia เลย

คำว่า "Hernia" แปลตรงตัวว่า ไส้เลื่อน

แต่ "Sprots Hernia "เป็นอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อบริเวณขาหนีบนี้โดยไม่มีอารเลื่อนของไส้ มัดกล้ามเนื้อมัดนี้จะเชื่อมไปถึงท้องน้อย เวลามันเจ็บจึงจะเจ็บไปถึงท้องน้อยด้วย

เดี๋ยวให้ดูรูปกล้ามเนื้อบริเวณนี้ 


อาการของ Sport Hernia จะคล้ายกับไส้เลื่อน อาจมีอาการบางอาการหรือทั้งหมด ขึ้นกับความรุนแรง คือ

เจ็บบริเวณขาหนีบตอนก้าวขา
2. เจ็บท้องน้อย
3. ในผู้ชายอาจมีการเจ็บอัณฑะด้วย (ข้อนี้ผมไม่เป็น)
4. เวลาจาม จะปวดท้องน้อยมาก **** อันนี้ตรงเป๊ะ

สาเหตุเกิดจากความอ่อนแอของกล้ามเนื้อมัดนี้ และความไม่ยืดหยุ่นของข้อต่อสะโพก และมีการใช้งานที่หนัก ทำให้เกิดการอักเสบ

เป็นการบาดเจ็บที่เป็นกันเยอะมาก ในกลุ่มนักกีฬาที่มีการเปลี่ยนความเร็วอย่างกระทันหัน เช่น นักฮ๊อกกี้ นักฟุตบอล หรือนักวิ่ง

เป็นอาการการบาดเจ็บที่เรื้อรัง ไม่มีการรักษาที่ชัดเจนเจอะจง ให้พัก ทานยา บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

ในรายที่เป็นมาก ต้องทำการผ่าตัดถึงรักษาได้ 

หลังจากอ่านบทความ ก็ทำใจแล้วว่า ต้องเผชิญอาการนี้แบบเรื้อรังต่อเนื่องแน่

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกสาวผมสอบไล่ปลายภาค ทำให้ผมไม่มีเวลาได้ไปวิ่ง

เลยหันไปเข้า fitness ไปเล่นเวทบริหารกล้ามเนื้อแทน ได้เล่นติดต่อเนื่องอยู่ 2-3 วัน เช้าวันถัดมา ผมเพิ่งจะพบว่า อาการเจ็บขาหนีบหายไปแล้ว อาการปวดท้องน้อยก็หายไปด้วย

เย่ เย่ เย่

ลองไล่เรียงกลับไปดูว่า เราเล่นเครื่องเล่นอะไรไปบ้าง ก็ไปเจอว่า น่าจะอุปกรณ์ชิ้นนี้แหละที่รักษา


เครื่องมันจะให้เรานั่งกางขาออก แล้วออกแรงดันเข้า ซึ่งจะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อมัดขาหนีบ

ดูภาพ Graphic แสดงตำแหน่งที่ออกกำลังเป็นสีแดง 

ข้อสัณนิษฐานของผมก็คือ

ขณะที่เราซ้อมวิ่งอย่างหนัก กล้ามเนื้อมัดต้นขาด้านหน้าและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ทำงานอย่างหนัก และได้แข็งแรงเบียดกล้ามเนื้อมัดที่อ่อนแอกว่า คือมัดที่ขาหนีบ ทำให้เกิดการเจ็บพอได้มาเล่นเครื่องที่บริหารกล้ามเนื้อมัดนี้ให้มีการใช้งานมากขึ้น กล้ามเนื้อบริเวณนี้ก็จะถูกปรับตัวเข้าสู่สมดุลย์อีกครั้ง อาการบาดเจ็บก็เลยหายไป

จึงอยากเขียนเล่าให้เพื่อนนักวิ่งไว้เป้นกรณีศึกษา ถ้าเราฝึกทำอะไรอย่างเดียวมากเกินไป เราอาจพบกับอาการบาดเจ็บแปลกๆ จนเสียรองเท้าแบบเดียวกับผมก็ได้ และวิธีรักษา ก็อาจง่ายแค่เพียงเล่นกีฬาอื่นแทรกเป็น Cross Training หรือเล่นกายบริหารช่วย ก็จะทำให้เราวิ่งอย่างมีความสุขมากขึ้นครับ 


7 มีนาคม 2555


พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา

ระบบคำนวณความเร็วและฝีเท้า

ระยะทาง : เมตร

เวลา :


ชม.

นาที

วินาที

ความเร็ว (กม./ชม.)
0
ฝีเท้า (นาที/กม.)
0
Ads box
(180x150)