Second place is not a defeat. It is a stimulation to get better. It makes you even more determined.
Carlos Lopes
Portuguese runner

จุกเสียดขณะวิ่ง

กฤตย์ ทองคง

เรื่องเสียดท้องขณะวิ่งนี้จำได้ว่าผู้เขียนนำมากล่าวไว้ทีหนึ่งแล้ว แต่จะไม่ไปตามทำให้บทความเก่าสมบูรณ์ขึ้น หากแต่จะเพิ่มข้อมูลใหม่ๆเข้าไปตรงนี้เลย

ให้สังเกตว่า ในรายที่วิ่งแล้วเสียด ใช่หรือไม่ครับว่า การเสียดของคุณจะมีความสัมพันธ์กับความเร็ว พูดง่ายๆก็คือ เสียดเพราะวิ่งเร็ว และถ้าวิ่งให้ช้าลง ก็จะเสียดน้อยลงและถ้าหยุดวิ่งหรือเดินได้ก็จะยิ่งเลิกเสียดไปเลย ปัญหาก็คือ คุณกำลังทำเวลาอยู่ในสนามแข่งที่สถานการณ์ไม่อนุญาตให้คุณหยุดแม้แต่เบาความเร็วลง ขืนแม้เพียงแผ่วลงเท่านั้น คุณก็มีหวังโดนเสียบแน่ๆจากตัวที่กำลังตามติดมาทางข้างหลัง

ผู้ที่ทราบคนแรกก็คือตัวของเราเอง ที่แม้จะอุตส่าห์เก็บฟอร์มพยายามไม่ทำอาการอะไรให้กระโตกกระตาก โดยพยายามง้ำประคองรักษาเพซความเร็วไม่ให้ตก เพื่อจะค่อยไปว่ากันใหม่ ในอีกสักโลสองโลข้างหน้า แต่ก็ยังไม่เคยได้มีใครทำได้มิดชิด ความลับจะแตกภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น และยิ่งผู้เสียดท้องทำใจได้ช้าเท่าไร ก็จะยิ่งทรมานใจมากเท่านั้น ยิ่งดื้อดึงยิ่งไม่ยอมจบ ยิ่งดันทุรังก็ยิ่งพังพาบเร็วขึ้น ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นใครฝืนชะตากรรมได้พ้นสักราย

มีทางเดียวครับ ให้รีบทำใจ และปล่อยสถานการณ์ให้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดไปตามธรรมชาติ คือยอมช้าลง ยอมโดนแซง เป็นอันว่า วันนี้ไม่ใช่เป็นวันของเรา

และผู้เขียนก็ไม่เคยเห็นนักวิ่งใดที่เกิดอาการจุกเสียดขณะวิ่งโดยไม่ได้วิ่งเร็ว(ตามฐานของเขา)เช่นกัน อาการ เสียดเป็นเสมือนปลายมีดตะขอแหลมจากคู่ต่อสู้ที่วิ่งตามเรามาทางด้านหลัง เหวี่ยงเสียบติดฉึกเข้าไปที่เนื้ออ่อนๆปลายชายโครงติดหนึบ โดยที่เราคลำหาด้ามเพื่อดึงออกไม่พบ

ผู้เขียนเคยโดน “ไอ้มือดี” เหน็บตะขอติดเป็นของฝาก จนต้องยอมยกถ้วยให้เป็นของมัน ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว และทำนองเดียวกัน วันดีคืนดี เราก็เป็น “ไอ้มือตะขอ” ที่วิ่งตามแชมเปี้ยนไปกระทั่งแชมป์เหลียวมาพบแบบตาเหลือกทะหลนก็มิรู้กี่ศพต่อกี่ศพแล้วอีกเหมือนกัน เป็นเช่นนี้ทั้งสองแบบ มันดีจัง มันดี อีตอนไปล่อเขา แต่อีตอนเราตัวงอส่ายไปส่ายมากลับสนุกไม่ออก

อาการเสียดเป็นอาการที่เกิดขึ้นแม้ในรายที่อาจจะฝึกมาดีแล้ว ถ้าตราบใด เธอเร็วเกินฐานของเธอนั่นแหละเป็นเจอดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะพบในราว ใน ของทั้งหมด และ ใน ไม่เกิด และอาจพัฒนาเปลี่ยนรูปไปได้ และที่สำคัญมันอยู่ตรงนี้เอง คือ มันเปลี่ยนได้ แต่ต้องริทำที่สนามซ้อม ไม่ใช่สนามจริง

แนวปฏิบัติที่ผู้เขียนให้ไว้กับนักวิ่งที่มาฝึกด้วย เป็นแนวทางก็คือ จงอย่าหนีภาวะจุกเสียด ให้มันเข้ามาเลย แต่เราก็จะใช้วิธีหย่อนหน่อยนึง เมื่อมันเข้ามาทักทาย โดยตบความเร็วให้ช้าลงเล็กน้อย ในลักษณะที่ผู้วิ่งยังต้องควบคุมความเร็ว ไม่ให้ตกลงวูบวาบ เป็นการบริหารความจุกประการหนึ่ง ขณะเมื่ออาการกลับค่อยยังชั่วแล้ว (ไม่ใช่หาย) ก็ให้รีบคืนความเร็วที่หายไปเหมือนเดิม และแน่นอนถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็อาจกลับมาเสียดอีกย่อมมีความเป็นไปได้มาก ก็ให้เราพยายามฝืนต่อไปทั้งๆที่ยังเสียดนั้น จนกระทั่งทนรู้สึกอีกไม่ไหวก็ให้หย่อนลงมาเหมือนเดิมเล็กน้อย จนกระทั่งมันกลับเข้าที่อีกทีอย่างที่เราพยายาม ก็ให้คืนความเร็วไปอีกครั้ง ทำอย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า มันจะเท่ากับเป็นการสอนให้ร่างกาย รับมือกับภาวะเสียดนั้น โดยจำลองสภาพการณ์ที่เหมือนจริง แต่ไม่ใช่เป็นการฝืนตลอดให้ร่างกายรับทารุณเต็มๆ

และการฝึกเสียดเช่นนี้ ก็จะไม่หายไปในระยะเวลาการฝึกครั้งเดียวหรือแม้แต่หลายครั้งก็เถอะ แต่ร่างกายจะค่อยๆผลักไสให้ภาวะทนที่ต้องทุกข์นั้นห่างออกไปและออกไปเรื่อยๆตราบเท่าที่ร่างกายเราแข็งแกร่งขึ้นทีละน้อยนั่นเอง จนกระทั่งคุณจะไปเริ่มรู้สึกจุกเสียดอีกทีเอาหลังเส้นชัย ที่เราไม่มีความจำเป็นจะต้องไปวอรี่มันอีกต่อไป

ด้วยไอ้ตับไตม้ามหรือกระเพาะ มันไม่ใช่อวัยวะที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในช่องท้องเฉยๆ หากแต่มันถูกเชื่อม,ยึด,โยงและแขวนอยู่ด้วยผังผืดและเส้นเอ็นกระบังลมแล้วไปติดกับกระดูกซี่โครงเราอีกที ซึ่ง เราก็จะรู้สึกเมื่อยเส้นเอ็นผังผืดและกระบังลมเหล่านี้ที่ยังต้องรับแรง เครียดที่ต้องยึดโยงน้ำหนักเหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่ากับการกระแทก มันจึงเกิดการจุกเสียดขึ้น หรือกล่าวอย่างเพิ่มความเข้าใจขึ้นก็คือ ภาวะความจุกเสียดเป็นภาวะเกร็งตัวที่ก่อกำเนิดอย่างสะสม ไม่ใช่เกิดครั้งเดียว

Owen Anderson Phd. เจ้าเก่าได้ให้เราทดลองพยายามเลี่ยงมันด้วยวิธีง่ายๆดังนี้ คือ ถ้าคุณรู้สึกเสียดในช่องท้องด้านขวา (ดังที่เรามักเป็นกันเสมอๆ) ให้ลองกำหนดหายใจออกเมื่อเท้าซ้ายกระทบพื้นและกลับกันในอีกด้านคือ ถ้าเสียดท้องทางด้านซ้ายก็ให้ลองกำหนดหายใจออกเมื่อเท้าขวากระทบพื้น

อีกวิธีหนึ่งคือพยายามฝึกหายใจด้วยช่องท้องด้วยการกำหนดเองอย่า ปล่อยให้ธรรมชาติกำหนดด้วยการนอนหงายและใช้หนังสือหน้าเหลืองโทรศัพท์หนักๆ วางบนช่องท้อง ณ ตำแหน่งที่มักรู้สึกเสียดเป็นประจำ และพยายามยกหนังสือขึ้นด้วยการหายใจเข้า และผ่อนหนังสือลงด้วยการหายใจออก

Anderson ให้เหตุผลกระทำเช่นนี้ว่าเท่ากับเป็นการฝึกความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อช่องท้อง ซึ่งเมื่อมันแข็งแกร่งขึ้นก็เท่ากับเป็นการช่วยให้อวัยวะภายในถูกจัดวางอย่างมั่นคงมากขึ้น ซึ่งเท่ากับมันจะถูกโยก,ดึง,รั้ง ให้น้อยลงกว่าเดิมนั่นเอง

อีกประการหนึ่ง ผู้วิ่งจะลองฝึกทั้งสองประการนี้ก็ต่อเมื่อเขารู้จักการกินการรับอาหารและน้ำดื่มให้เหมาะสมด้วยเสียก่อนเป็นปฐม ไม่ใช่สวาปามเสียแน่นไปหมดแล้วไปวิ่ง อย่างนี้ยังไงๆก็เอาไม่อยู่หรอกครับ


01:12 น. 
ม.ค. 2548

จาก Stitch in Time….Hurts Porter Shimer
R.W. Dec 1994 P.24 

29 เมษายน 2555


พื้นที่โฆษณา

พื้นที่โฆษณา

ระบบคำนวณความเร็วและฝีเท้า

ระยะทาง : เมตร

เวลา :


ชม.

นาที

วินาที

ความเร็ว (กม./ชม.)
0
ฝีเท้า (นาที/กม.)
0
Ads box
(180x150)